Icon Close

POSEIDON | เรือโทแจสเปอร์

POSEIDON | เรือโทแจสเปอร์
สำนักพิมพ์เจ้าเงาะ
หมวดหมู่นิยายรัก
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
No Rating
ประเภทไฟล์
pdf, epub
วันที่วางขาย
03 พฤษภาคม 2567
ความยาว
331 หน้า (≈ 52,653 คำ)
ราคาปก
299 บาท (ประหยัด 49%)
POSEIDON | เรือโทแจสเปอร์
POSEIDON | เรือโทแจสเปอร์
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
No Rating
ทะเลแคริบเบียน

เกาะไบเคอร์ , หมู่เกาะไมดาส

ค่ายทหารเรือ

[แจสเปอร์]

ทีมปฏิบัติการพิเศษของเรามีชื่อว่าโพไซดอน ที่มาของชื่อทีมมาจากโพไซดอนที่หมายถึงเทพเจ้าแห่งท้องทะเลและมหาสมุทร

ทีมโพไซดอนของเราประกอบไปด้วยสมาชิกเดิมมีอยู่ 4 คน แต่แยกกลับประเทศตัวเองไปแล้วคนหนึ่ง ทีมเราในตอนนี้เลยมี 3 คนคือแจสเปอร์ มาร์โค และกาเบรียล

ทีมเราเป็นทหารทีมเอกของกองประจำการแคริบเบียน แจสเปอร์มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา มาร์โคมาจากประเทศเม็กซิโก ส่วนกาเบรียลมาจากประเทศคิวบา

ในห้องพักตอนนี้มีแต่มาร์โค กาเบรียลไม่รู้หายหัวไปไหน เวลานี้ด้านนอกฝนกำลังตก แล้วเวลานี้ก็ใกล้เที่ยงคืนเข้ามาทุกขณะแล้ว กำลังจะเลยผ่านวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง

ของขวัญที่ได้จากเพื่อนทหารล้วนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเค้กทะเลคาวๆ กำไลเชือกถักเน่าๆ หมวกสานร้ายๆ รองเท้าไม้ที่ทำออกมาไม่พอดีไซส์ ฯลฯ

"แจส แฟนมึงมาหา" กาเบรียลเดินเข้ามาบอก

ใช้ร่มฝ่าสายฝนออกไปยังศาลาพักคอย ศาลานี้ผู้ที่มาถ้าไม่ใช่ทหารจะต้องรอตรงนี้หากมีธุระปะปังกับทหารในค่าย เวลานี้ในศาลามีมะปรางยืนอยู่ลำพัง

น่าโมโหหรือเปล่า เธอนั่งเรือโดยสารมาถึงที่นี่ทั้งที่ห้ามนักหนาว่าอย่ามา ถึงที่นี่จะเป็นค่ายทหารที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย แต่การที่เธอเดินทางมาโดยลำพังนั่นเสี่ยงมาก

"แจส" มะปรางส่งเสียงเรียก ในมือเธอมีถุงของ เธอกางแขนทำท่าจะเข้ามากอด แต่เธอก็ต้องจอดอยู่กับที่เพราะสีหน้าในตอนนี้ไม่ได้กำลังแฮปปี้อยู่แม้ว่าเธอจะมาหาถึงที่

"มาทำไม"

"ก็วันนี้คือวันสำคัญไง เราทำเค้กมาให้ จุดเทียนแล้วเป่ากันนะ..."

"แค่นี้เหรอที่มา วันเกิดมันก็แค่วันๆ หนึ่ง แค่ข้อความอวยพรข้อความเดียวก็พอแล้ว ไม่เห็นเหรอว่ามันดึก ไม่เห็นเหรอว่าฝนฟ้ากำลังตกหนัก"

"..."

เมื่อพูดไปแล้วมารู้สึกทีหลังว่าไม่น่าพูดเลยมันก็สายแล้ว มะปรางในตอนนี้มีน้ำตา โมโหเพราะเป็นห่วงเธอ เจตนาดีบ่งบอกอยู่ว่าที่โกรธมันเพราะอะไร

"ถ้าไม่อยากให้มา เราไม่มาอีกเลยก็ได้นะ หลายอย่างเราไม่อยากพูดเพราะไม่อยากทะเลาะด้วย กลัวเราจะเลิกกัน"

"..."

"เราไม่อยากที่จะต้องรอเวลาว่างอันน้อยนิดของแจสที่แบ่งมาให้เราไม่ถึงวันต่อสัปดาห์ เราเบื่อบ้านพักในคิวบาหลังนั้นที่แต่ละวันเราต้องอยู่คนเดียวและผ่านแต่ละคืนไปด้วยความรู้สึกเหงา"

"แจสขอโทษนะ..."

"เราเข้าใจว่าการทำงานของแจสมันยุ่งมาก แต่เราก็เบื่อความเป็นอยู่อย่างนั้น ทั้งที่เราเดินทางมาไกลเพราะอยากอยู่ใกล้ๆ แฟน แต่กลับใกล้ได้แค่นี้เอง เราจะกลับประเทศไทย ความสัมพันธ์ระหว่างเราการเป็นเพื่อนกันมันเหมาะกว่า"

มะปรางวางถุงของที่ถือมาด้วยไว้ในศาลาแล้ววิ่งออกจากศาลากลับไปที่เรือโดยสารโดยลืมที่จะหยิบร่มไปด้วย เธอวิ่งฝ่าสายฝนออกไปทั้งร้องไห้ เธอบอกเลิกในวันเกิดเลย ของที่เธอนำมาด้วยมันคือเค้กและของขวัญ...

เปิดกล่องของขวัญออกดูมันคือบัตรเข้าชมอุโมงค์ฉลามในสวนน้ำบาฮามาส 2 ใบ สัญญากับเธอว่าจะไปด้วยกัน แต่แล้ว...ก็ไม่ได้ไป




เช้าวันต่อมา

ค่ายทหารเรือ

"วันนี้มันวันจันทร์ ไม่ใส่เครื่องแบบ" มาร์โคทักขึ้นลั่นห้องพักที่เราพักร่วมกัน 3 คน 3 เตียง

"ไม่ใช่เราต้องรายงานตัวกับนายพลบารอนวันนี้เหรอ"

"ตามกำหนดการนายพลบารอนมาวันอังคารหรือก็คือวันพรุ่งนี้ มึงไม่น่าหลงวันได้นะ มึงเหมือนยังไม่ตื่นดี"

"เออ เมื่อคืนกูนอนดึกไปหน่อย"

"ใส่กลับด้าน" มาร์โคดึงเสื้อยืดแล้วบอกว่าที่สวมเมื่อครู่ กลับด้าน เราเพิ่งอาบน้ำแต่งตัว "เป็นไร เหมือนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวชอบกล ตรวจการณ์เช้านี้มึงอย่าถือปืนนะเดี๋ยวลั่นใส่กู"

"555" กาเบรียลขำขันกันกับมาร์โค ไม่มีอารมณ์จะขำกับพวกมัน เมื่อกลับเสื้อให้ถูกด้านแล้วก็เดินออกมาจากห้องพักเพื่อจะสูดอากาศด้านนอกในเช้าวันนี้

ทะเลและคลื่นลมในเวลาที่ฟ้าไร้ฝน มันสวยงามจริงๆ แตกต่างกับเมื่อคืนโดยสิ้นเชิง บ่อยครั้งที่สวมเสื้อยืดกับกางเกงว่ายน้ำเดินไปตามแนวชายหาด

มองไปยังเรือโดยสารที่เข้ามาเทียบท่า แม้จะไม่ใช่ลำเดียวกับลำเมื่อคืนที่มะปรางนั่งมา แต่แค่เห็นก็ทำให้นึกถึงภาพเมื่อคืนได้ติดตา

ภาพที่เธอวิ่งร้องไห้กลับขึ้นเรือโดยสารไป แม้ว่าทะเลในยามนั้นจะไม่สงบนิ่งเนื่องด้วยพายุฝน ตามปกติแล้วน้อยมากที่เรือจะฝ่าออกจากท่าไป

"เฮ้! นายทหาร กู๊ดมอนิ่ง" นั่นคือเสียงทักทายจากชายวัยกลางคนบนเรือโดยสารที่จอดเทียบท่าอยู่

"สวัสดีอีเมอร์สัน เช้านี้เป็นยังไง"

เดินเข้าไปทักทายเขาโดยขึ้นเรือไปด้วย เรือยังไม่ออกรอบ ผู้โดยสารจากเกาะไบเคอร์หลายชีวิตกำลังทยอยกันขึ้นเรือจนกว่าที่นั่งจะไม่เหลือเรือถึงจะออกจากท่าข้ามไปยังเมืองเบมเบ

"เป็นเช้าที่ท้องไส้ไม่ดี เข้าแต่ห้องน้ำ" เขางับขนมปังไส้กรอกกินอย่างอร่อย พร้อมกันนี้เขาก็ยื่นมาให้ด้วยห่อหนึ่ง เมื่อรับขนมห่อนี้มาก็ได้รู้สาเหตุที่ทำให้เขาท้องไส้ไม่ดีแล้วล่ะ

"นี่ ขนมปังเหล่านี้มันหมดอายุแล้วนะ ดูบ้างก่อนจะกิน"

"โอ้ เพิ่งจะซื้อเมื่อไม่นาน หมดอายุซะแล้วเหรอนี่"

"ไม่นานที่ว่านี่คือสัปดาห์ที่แล้วหรือเปล่าล่ะ ดื่มเหล้าให้มันน้อยๆ หน่อยนะจะได้ไม่เบลอ เมาหัวโหม่งทะเลขึ้นมาก็ไปเจอพระเจ้าอย่างเดียวแล้ว"

"555 ช่วงนี้ไม่ซื้อเหล้า ต้องประหยัดเงิน"

"รอนี่นะ เดี๋ยวจะไปที่โรงครัวทหาร ที่นั่นมีทั้งอาหารมีทั้งขนมมีทั้งเครื่องดื่ม จะเตรียมมาให้ชุดหนึ่ง ส่วนขนมปังพวกนี้ก็โยนให้ปลากินได้แล้ว"

"โอ้ ขอบคุณนายทหาร"

เขายิ้มให้เลยยิ้มกับเขาก่อนจะก้าวลงจากเรือ เมื่อลุกขึ้นจากที่นั่งก็มีผู้โดยสารเข้าไปประจำที่ตรงนั้น เรือใกล้จะเต็มเลยทำเวลาหน่อย

อีเมอร์สันเป็นชาวเมืองเบมเบ เขาดื่มเหล้าประชดชีวิตตั้งแต่เลิกกับเมีย ยังจำวันแรกที่เรารู้จักกันได้ดี เขาคะยั้นคะยอให้ซื้อของที่เขาขาย ส่วนใหญ่เป็นของใช้ของผู้หญิง

เขาขายข้าวของของเมียที่ทิ้งหลงเหลือไว้ในบ้านจนได้เงินเก็บก้อนหนึ่งไว้ใช้ เขาไม่ทำการไม่ทำงานอีกเมื่อขายของหมด เขามักเมามายอยู่ที่ท่าเรือเบมเบจนกลายเป็นภาพจำของใครๆ

"สวัสดีป้าพอลล่า"

"สวัสดีแจสเปอร์ เช้านี้จะรับอะไรดี" ป้าพอลล่าถามขึ้น ป้าพอลล่าเป็นแม่ครัวใหญ่ประจำโรงครัวทหาร

"แซนด์วิชแฮม มัฟฟินไข่ น้ำทับทิม และน้ำดื่มครับ"

"ได้เลยจ้า"

ทั้งหมดนี้ต้องเป็นมื้อเช้าที่ดีของอีเมอร์สัน ท้องของเขาจะได้ไม่ว่าง จนตอนนี้เขาก็ยังเสียใจเพราะการเลิกราอยู่
เขาพูดว่าเมื่อไม่มีเมียแล้ว มันเหมือนแต่ละวันของเขา ไม่มีกลางวัน ทุกอย่างดูดำดื่นอย่างกับว่าทุกช่วงเวลาอยู่ในยามค่ำคืนที่เงียบงัน ไม่มีเสียงใด...



เรือโดยสาร เส้นทางไบเคอร์ - เบมเบ

"เรามันหัวอกเดียวกัน เมียทิ้ง มันหมดยุคกัดก้อนเกลือกินแล้ว รายได้ไม่มั่นคง ใครจะทนลำบากด้วย..."

"ก็นั่นสิ"

"แต่ทหารรายได้มั่นคงไม่ใช่เหรอ หรือเมียทิ้งไปเพราะคนใหม่ใหญ่กว่าล่ะ"

"ใหญ่กงใหญ่กว่าอะไรกัน แค่นี้ก็ใหญ่พอแล้ว เชื่อว่าใหญ่กว่านี้เธอรับมือไม่ไหวหรอก"

"โธ่ ไม่ยอมเล็กเลยสินะ"

"ก็มันไม่เล็กไง"

"ถ้าอย่างนั้นก็อาจจะใหญ่เกินไปน่ะนะ"

"นี่เราไม่มีอะไรจะคุยกันแล้วใช่หรือเปล่านะ เข้าเรื่องนี้เฉย"

"555 ก็แค่อยากรู้เหตุผล มันมีสารพัดเหตุผลที่คนเราไปกันไม่ได้ จากเคยเข้ากันได้ดีกลับกลายเป็นเข้ากันไม่ได้" ว่าแล้วอีเมอร์สันก็โยนขนมปังหมดอายุลงจากเรือเพื่อให้อาหารปลา

จู่ๆ เรือก็เหลือที่ว่างเดียวเลยออกรอบมาด้วยซะ วันนี้ไม่ใช่วันว่าง แต่ทำตัวเหมือนว่าง เป็นวันที่ไม่อยากออกลาดตระเวน เรือตรวจการณ์ทหารในวันนี้เลยไม่มีชื่อเรือโทแจสเปอร์

แจสเปอร์โพไซดอน มีชื่อเสียงมากแล้วจากประสบการณ์การทำงานเป็นทหารเรือรบมาตั้งแต่เรียนจบจากโรงเรียนนายเรือ

ครอบครัวทำธุรกิจสุรากลั่น มีโรงกลั่นสุรามากมายหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา เป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศ ฐานะทางบ้านมั่งคั่งและมั่นคง

แต่อยากเป็นทหารเรือมากกว่าผู้ประกอบการ และการได้มาประจำการยังแคริบเบียนก็เป็นความปรารถนาสูงสุดในก้าวของการทำงาน แคริบเบียนในปัจจุบันยังมากมายไปด้วยโจรสลัด

"นี่ว่างเหรอถึงนั่งเรือโดยสารจากเมืองมาเกาะ แล้วก็นั่งจากเกาะกลับเมือง"

"คนไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตก็อย่างนี้แหละ นึกจะทำอะไรได้ก็ทำถ้ามันไม่ได้เดือดร้อนใคร"

"งานล่ะ"

"จะหาทำก็ต่อเมื่อไม่มีเงินแล้ว แต่นี่ยังมีเงินเหลืออยู่"

"จะทิ้งอาชีพช่างไม้หรือเปล่านะ"

"ยังไม่รู้ว่าจะกลับไปเอาดีกับมันหรือเปล่า ไม่ก็หาอาชีพใหม่"

"ผมมีรองเท้าไม้คู่หนึ่งที่เพื่อนทำให้ มันไม่พอดีไซส์ มันใหญ่กว่าเท้าไปหน่อยหนึ่ง แก้ได้หรือเปล่า"

"แก้ได้ ว่าแต่ถ้าถึงเบมเบแล้วจะไปไหนต่อล่ะ"

"ต่อเรือเข้าคิวบา"

"ไปทำอะไรล่ะ"

"ก็...เผื่อว่าเธอจะยังไม่กลับไทยไง"

"ป่านนี้เธอถึงสนามบินไปแล้ว ผู้หญิงเมื่อตัดสินใจแล้วส่วนมากจะเด็ดขาด"

"ผมผิดเองที่ทำงานจนไม่มีเวลาให้เธอมากพอ"

"สมน้ำหน้าแล้ว ปล่อยให้เธอไปมีความสุขกับคนที่พร้อมกว่าเถอะนะ"

โห 555 มัฟฟินไข่ที่เขากินอยู่ ขอให้ติดคอที - -
ประเภทไฟล์
pdf, epub
วันที่วางขาย
03 พฤษภาคม 2567
ความยาว
331 หน้า (≈ 52,653 คำ)
ราคาปก
299 บาท (ประหยัด 49%)
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
หนังสือเล่มนี้เปิดให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะผู้ที่มีหนังสือฉบับเต็มเท่านั้น