Icon Close

ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยชาวสวนผู้ยากไร้ พร้อมกับหยกมิติสุดโกง เล่ม2 (จบ)

ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยชาวสวนผู้ยากไร้ พร้อมกับหยกมิติสุดโกง เล่ม2 (จบ)
5.00
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
4 Rating
ประเภทไฟล์
pdf, epub
วันที่วางขาย
02 มิถุนายน 2567
ความยาว
349 หน้า (≈ 49,538 คำ)
ราคาปก
299 บาท (ประหยัด 46%)
ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยชาวสวนผู้ยากไร้ พร้อมกับหยกมิติสุดโกง เล่ม2 (จบ)
ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยชาวสวนผู้ยากไร้ พร้อมกับหยกมิติสุดโกง เล่ม2 (จบ)
5.00
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
4 Rating
แพทย์สาวที่ทำงานให้กับองค์กรลับตกตายลงจากการทรยศหักหลังของรุ่นน้องคนสนิทได้ทะลุมิติเข้าไปในร่างของสาวน้อยที่มีชะตาแสนอาภัพ โชคดีที่นางยังมีหยกมิติที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เมื่อมีมันอยู่ไม่ว่าความยากลำบากใดนางก็ไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย

...............

จางเฟยหย่าสูดหายใจเข้าลึกๆพลางกลั้นใจเอ่ยออกมาให้เขาฟังในที่สุดก่อนที่เขาจะได้เอ่ยสิ่งใดออกมาไปมากกว่านั้น นางพยายามสงบจิตสงบใจที่กำลังเต้นระรัวอยู่ภายในอกอย่างสุดความสามารถ ก่อนที่นางดึงมือของตนออกจากใบหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว เมื่อเผชิญหน้ากับการยั่วยวนในระดับนี้นางเกรงว่าตนเองจะอดใจไม่ไหวเข้าสักวัน

"ถึงอย่างไรท่านก็อยู่ที่นี่ไม่ได้"

เฉินเทียนเสียนยังคงมองสบสายตากับนางด้วยประกายพราวระยับ ชายหนุ่มเพิ่งค้นพบว่าในยามที่เขาอยู่กับนางจะมีความรู้สวึกสะบายใจบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ นอกจากนั้นแล้วเขายังรู้สึกสนุกสนานที่ได้เห็นทุกท่าทีที่นางแสดงออกต่อเขาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นพวกแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อในยามที่นางรู้สึกเขินอาย หรือแม้แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นที่จ้องมองเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย อ๋องหนุ่มผู้ที่ไม่เคยเห็นสตรีนางใดอยู่ในสายตามาก่อนกลับรู้สึกชื่นชอบช่วงเวลาที่ตนได้อยู่ร่วมกับหญิงสาวชาวบ้านนางหนึ่ง หากมีใครอื่นได้มาร่วมรับรู้เรื่องนี้ด้วยพวกเขาเหล่านั้นคงไม่สามารถที่จะหุบปากที่อ้าขึ้นด้วยความตกตะลึงของตนลงได้เลยด้วยซ้ำไป

"เพราะเหตุใด"

จะเพราะเหตุใดเสียอีกล่ะ หากท่านอยู่ใกล้ข้าก็จะเป็นเหมือนน้ำตาลที่อยู่ใกล้มด ข้าจะอดใจไหวได้อย่างไร คำพูดเหล่านี้จางเฟยหย่าทำได้เพียงคิดอยู่ภายในใจจะกล้ากล่าวออกมาให้เขาฟังได้อย่างไร นางจึงทำได้เพียงหาข้ออ้างและตอบเขาไปส่งๆเท่านั้น

"ข้าเป็นสตรียังไม่ออกเรือน จะอยู่ร่วมชายคากับบุรุษแปลกหน้าได้อย่างไร"

เฉินเทียนเสียนได้ยินดังนั้นพลันยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ชายหนุ่มเผลอปล่อยกลิ่นอายแห่งความสูงส่งของตนออกมาโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเต็มไปด้วยบุคลิกของคนสูงศักดิ์ที่ฝังรากลึกอยู่ภายในกระดูก

"เช่นนั้นก็ง่ายมาก ขอเพียงเจ้าแต่งกับข้าปัญหานี้ก็สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดาย"

ในสายตาของจางเฟยหย่าแล้วท่าทีที่เขาแสดงออกในยามนี้ถึงจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา หญิงสาวจึงเอ่ยสวนกลับไปในทันทีเช่นกัน ต้องการเรียกสติของคนผู้นี้เสียหน่อยว่าเขาเป็นใครและนางเป็นใคร ไม่ใช่ว่าหัวกระแทกต้นไม้จนเสียสติไปแล้วจริงๆหรืออย่างไร

"พูดไม่คิด ข้ากับเจ้าเป็นเพียงคนผ่านทาง"

เฉินเทียนเสียนไม่ปล่อยให้จางเฟยหย่าได้เอ่ยออกมาจนจบประโยค ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุใดจึงทำให้คำพูดของนางเหล่านี้ล้วนทำให้เขารู้สึกระคายหูเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่อยากได้ยินมันเลยแม้แต่น้อยชายหนุ่มจึงดึงร่างบอบบางของนางเข้าหาร่างแข็งแกร่งของตนก่อนจะฉกริมฝีปากลงบนกลีบปากบางของนางอย่างหนักหน่วง สำหรับการกระทำนี้ของเขาเฉินเทียนเสียนเองก็รู้สึกตกใจไม่แพ้จางเฟยหย่าเลยแม้แต่น้อย ทว่าเมื่อเขาได้ลิ้มลองรสชาติความหอมหวานราวกับน้ำผึ้งจากริมฝีปากของนางแล้วก็ไม่สามารถผละออกได้อีก

เฉินเทียนเสียนกวาดต้อนเรียวลิ้นเล็กของนางราวกับคนหิวกระหายที่เพิ่งได้พบแหล่งน้ำอันชุ่มฉ่ำเขาทั้งเย้าหยอกและดูดกลืนมันราวกับคนไม่รู้จักอิ่มหนำ ทางด้านจางเฟยหย่าเองก็รู้สึกว่าตนเองเป็นน้ำที่ถูกแช่แข็งเอาไว้อย่างไรอย่างนั้นไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวร่างกายของตนได้เลยแม้แต่น้อยทว่าในเวลาต่อมานางก็ถูกความเร่าร้อนของเขาค่อยๆหลอมละลายลงไปทีละน้อย ปากเล็กของหญิงสาวถูกเขาช่วงชิงไปเป็นเวลาเนิ่นนานจนกระทั่งนางรู้สึกว่าตนเองแทบจะขาดอากาศหายใจจึงได้พยายามส่งเสียงปะท้วงออกมาพลางใช้กำปั้นน้อยๆของตนทุบลงไปบนแผงอกแกร่งของเขาอย่างไร้เรี่ยวแรง

"อื้อ"

เฉินเทียนเสียนถอนริมฝีปากของตนออกจากความหอมหวานตรงหน้าตนอย่างแสนเสียดาย ได้แต่จ้องมองปากจิ้มลิ้มของนางที่บวมเจ่อขึ้นมาเพราะฝีมือตนด้วยสายตาละห้อย ในที่สุดจางเฟยหย่าก็ได้สติขึ้นมา หญิงสาวพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมกอดของเขา ทว่านั่นกลับไม่เป็นผลร่างเล้กของนางยังถูกคนตัวโตโอบกอดเอาไว้อย่างแน่นหนาราวกับต้องการกดนางให้จมเข้าไปภายในตัวเขาอย่างไรอย่างนั้น

"ปล่อยนะ"

เฉินเทียนเสียนไม่ได้สนใจฟังคำสั่งของคนตัวเล็กที่อยู่ภายในอ้อมกอดของตนเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มทำเพียงประสานสายตากับนางอยู่เช่นนั้นพลางเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูกดดันเล็กน้อย

"จะแต่งกับข้าหรือไม่"

นี่คือน้ำเสียงที่ใช้ขอคนเขาแต่งงานหรือ เขาเข้าใจสิ่งใดผิดไปหรือไม่หากไม่รู้ว่าการขอร้องผู้อื่นต้องทำเช่นไรก็ไม่ควรที่จะรีบร้อนเอ่ยคำพูดเหล่านี้กระมัง จางเฟยหย่าถลึงตามองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองเล็กน้อย ซึ่งตัวนางเองก็ไม่รู้เช่นกันว่านางกำลังโกรธอะไรเขาอยู่กันแน่

"ไม่"

ยังไม่ทันได้พูดออกมาจนจบประโยคริมฝีปากของนางก็ถูกเขาฉกฉวยไปอีกครั้งอย่างต่อหน้าต่อตา ครั้งนี้นางมีประสบการณ์เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยแล้วจึงไม่ได้ตกอยู่ในความตกตะลึงเหมือนกับครั้งแรกที่ปล่อยให้เขากระทำได้อย่างตามใจเช่นนั้น ร่างเล็กพยายามดิ้นรนและเม้มริมฝีปากของตนเอาไว้แน่นไม่ปล่อยให้เขารุกรานเข้ามาได้โดยง่ายดายดังเช่นครั้งแรก เฉินเทียนเสียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขบขันเล็กน้อยกับการต่อต้านของนางชายหนุ่มทำเพียงใช้เรียวลิ้นเปียกชื้นของตนไล้เลียไปบนริมฝีปากอวบอิ่มของนางอย่างใจเย็นก่อนจะใช้มือหนึ่งรวบเอาข้อมือเล็กทั้งสองข้างเอาไว้ทางด้านหลังของนาง

การกระทำเช่นนั้นของเขายิ่งทำให้ความนุ่มนิ่มจากร่างสาวแอ่นหยัดและเบียดเข้าหาแผงอกแกร่งของเขามากยิ่งขึ้นไปอีก เขาใช้มือข้างที่ว่างเปล่าของตนเองขึ้นสัมผัสเคล้นคลึงลงบนความอวบอิ่มที่บดเบียดอยู่บนแผงอกกำยำของตนอย่างระมัดระวัง สัมผัสที่ได้ให้ความรู้สึกนุ่มหยุ่นดีดเด้งสู้มือเขาราวกับกำลังตกอยู่ในดินแดนอันมหัศจรรย์ที่ยากจะหลุดพ้นออกมาได้อย่างไรอย่างนั้น จางเฟยหย่าเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมาให้ได้กับการกระทำอันสุดแสนไร้ยางอายของเขา จนกระทั่งลืมตัวเผยอปากของตนออกมาตั้งใจจะดุด่าเขาสักยกให้สมกับสิ่งที่เขาทำกับนาง

"นะ"

เสียงเล็กเล็ดลอดออกมาได้เพียงเท่านั้นปากเล็กของนางก็ถูกชายหนุ่มไร้ยางอายตรงหน้าปิดเอาไว้เรียวลิ้นร้ายกาจสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำที่เขาแสนจะติดใจอย่างหิวกระหาย จางเฟยหย่ารู้สึกเกลียดตัวเองยิ่งนักที่ไม่ได้รู้สึกรังเกียจกับการกระทำทั้งหมดทั้งมวลของเขา ไม่เพียงแต่ไม่รุ้สึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อยมิหนำซ้ำร่างกายเล็กๆของนางนี้ก็ดูเหมือนว่าจะโอนอ่อนผ่อนตามไปกับการรุกรานอย่างเอาแต่ใจของเขาไปด้วยเสียด้วยซ้ำ จากที่ดิ้นรนขัดขืนในตอนแรกกลับค่อยๆอ่อนระทวยอยู่ภายในอ้อมกอดของเขาไปแล้ว มือเล็กที่ไม่รู้ว่าถูกปล่อยให้เป็นอิสระตั้งแต่ตอนไหนเอื้อมขึ้นไปคล้องลำคอแกร่งของเขาอย่างเผลอไผล

"อืม"

เสียงครางด้วยความพอใจของเฉินเทียนเสียนดังขึ้นเมื่อคนตัวเล็กแปรเปลี่ยนเป็นยินยอมให้ความร่วมมือกับเขาเป็นอย่างดี ในยามนี้คนทั้งสองกำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์อันแสนวาบหวามทั่วทั้งเรือนร่างถูกความซ่านเสียวเข้าครอบงำเอาไว้อย่างหมดจดพวกเขาแทบจะแยกไม่ออกแล้วว่าใครกันแน่ที่ถูกอีกฝ่ายสัมผัสเคล้นคลึงมากกว่ากัน ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์อันสุดแสนจะอ่อนไหวนั้น เสียงของหลินเฟยเมี่ยวพลันดังขึ้นมาหยุดความเคลื่อนไหวทั้งหมดของพวกเขาเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว

"อาหย่าเสร็จหรือยังพ่อกับน้องชายของเจ้ากลับมากันแล้วนะ"

เฉินเทียนเสียนแนบหน้าผากของตนเข้ากับหน้าผากของนางลมหายใจของทั้งสองรินรดใส่กันจนแยกไม่ออกว่าเป็นลมหายใจของใครกันแน่ ทั้งคุ่ไม่พูดสิ่งใดเป็นเวลานานชั่วขณะต่างก็ตระหนักได้ถึงความรู้สึกภายในใจของตนเองได้อย่างชัดเจน ประกายในแววตาของทั้งสองคนยังคงเจือไว้ด้วยความรู้สึกอันอ่อนไหว

"อาหย่า"

น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยอารมณ์ของชายหนุ่มดังขึ้น ริมฝีปากของเขายังคงคลอเคลียกับริมฝีปากบวมแดงของนางอย่างอาลัยอาวรณ์ จางเฟยหย่าเองก็อยู่ในอารมณ์ความรุ้สึกที่แสนอ่อนไหวไม่ต่างกับเขา ตั้งแต่เกิดจนตายไปแล้วครั้งหนึ่งตัวนางเองก็เพิ่งจะเคยได้สัมผัสกับความรู้สึกและประสบการณ์เช่นนี้เป็นครั้งแรกทว่าก็จำเป็นต้องเอ่ยเตือนเขาสักคำ เสียงที่ออกมาจึงเต็มไปด้วยอาการสั่นพร่าไม่แพ้เขา

"อ่ะท่านแม่เรียกแล้ว"

"ข้ารู้"

เฉินเทียนเสียนเอ่ยขึ้นเสียงหนักก่อนจะค่อยๆผละห่างจากร่างนุ่มนิ่มของนางทีละนิด ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงต่ำก่อนจะใช้ริมฝีปากของตนดูดดึงผิวเนื้อบริเวณเนินอกอวบอิ่มของนางที่โผล่พ้นสาบเสื้อออกมาให้เห็นรำไรราวกับต้องการจะประทัยตราบางอย่างเอาไว้บนเรือนร่างของนางเพื่อย้ำเตือนนางอยู่เสมอ

"ซี๊ด"

จางเฟยหย่าส่งเสียงอันชวนให้คนใจสั่นเมื่อได้ยินออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนที่เขาจะผละใบหน้าออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะช่วยนางจัดระเบียบเสื้อผ้าอย่างตั้งใจ ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำกระซิบข้างใบหูเล็กที่แดงระเรื่อของนางด้วยถ้อยคำที่ฟังดูเอาแต่ใจอย่างถึงที่สุด

"เจ้าเป็นของข้ารู้เอาไว้ด้วย"
....................................................

นิยายมี 2 เล่มจบ ค่ะ
ไรท์ฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ
หากมีข้อผิดพลาดประการใดไรท์ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
เคารพรักและขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
ประเภทไฟล์
pdf, epub
วันที่วางขาย
02 มิถุนายน 2567
ความยาว
349 หน้า (≈ 49,538 คำ)
ราคาปก
299 บาท (ประหยัด 46%)
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
หนังสือเล่มนี้เปิดให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะผู้ที่มีหนังสือฉบับเต็มเท่านั้น