"Twenty Love Poems and a Song of Despair" คือบทกวีที่ปาโบล เนรูดาเสกสรรขึ้นจากเปลวไฟในหัวใจและเงามืดในดวงจิต เป็นมหากาพย์แห่งรักและความสูญเสีย ที่มิใช่เพียงบทบันทึกของความรู้สึก หากคือเสียงสะท้อนของวิญญาณผู้รักอย่างหมดทั้งหัวใจ และเจ็บอย่างหมดทั้งลมหายใจ
บทกวีเหล่านี้ไม่เพียงกล่าวถึงหญิงสาว หากคือการวาดภาพความรักในทุกแง่มุม ตั้งแต่ความหอมหวานของรสจูบแรก จนถึงความเวิ้งว้างเมื่อเธอเดินจากไป เนรูดาใช้ถ้อยคำดั่งมือที่ลูบไล้ เปลือยเปล่าความรู้สึกอันเปราะบาง สะกดความงามในขณะเดียวกับที่เขากระซิบถึงความเจ็บปวด
"I no longer love her, thats certain, but maybe I love her." ถ้อยคำนี้มิใช่เพียงคำสารภาพ หากคือคลื่นลึกในจิตใจมนุษย์ ที่แม้พยายามจะปล่อยวาง แต่ความรักกลับทิ้งร่องรอยไว้ดั่งรอยน้ำตาในห้วงนิทรา
บทกวีแต่ละบทในเล่มนี้ คือแผลสดที่เปล่งประกาย คือกลีบดอกไม้ที่หล่นจากต้นด้วยความโศก แต่ยังหอมอยู่ในความทรงจำ "Tonight I can write the saddest lines" คือวรรคทองที่โลกทั้งใบจำได้ขึ้นใจ ไม่ใช่เพราะมันโศกเศร้าที่สุด หากเพราะมันจริงที่สุด
เนรูดาเขียนความรักดั่งหนึ่งนักบวชผู้ถวายใจให้ไฟศักดิ์สิทธิ์ เขาเปล่งเสียงผ่านธรรมชาติ ทะเล ดาว หญ้า และลมหายใจของโลก ทั้งหมดล้วนกลายเป็นภาษาแห่งความรักที่ไม่มีผู้ใดเหมือน
"Twenty Love Poems and a Song of Despair" จึงไม่ใช่เพียงหนังสือแห่งบทกวี หากคือหัวใจของกวีที่ถูกฉีกออกทีละบรรทัด แล้ววางลงต่อหน้าเรา ให้เรารู้ว่า รักนั้นงดงามเพียงใดแม้มันจะทำให้เราร้องไห้ในความเงียบงันของคืนอันยาวนาน