Icon Close

เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต เล่ม3 จบ

เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต เล่ม3 จบ
โดยzuey
สำนักพิมพ์Zuey
5.00
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
10 Rating
ประเภทไฟล์
pdf, epub
วันที่วางขาย
11 ตุลาคม 2568
ความยาว
449 หน้า (≈ 89,350 คำ)
ราคาปก
119 บาท
เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต เล่ม3 จบ
โดยzuey
เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต เล่ม3 จบ
5.00
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
10 Rating
ในโลกที่อำนาจและเกียรติยศคือสิ่งกำหนดชะตา ผู้คนมากมายต่างดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนปรารถนา บางคนยอมแลกด้วยเลือดและน้ำตา บางคนกลับสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดโดยไม่รู้ตัว

ท่ามกลางความวุ่นวายของราชสำนักและเงามืดแห่งการแย่งชิง ครอบครัวตระกูลหลี่ต่างฝ่าฟันร่วมทุกข์ร่วมสุข ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม และหัวเราะร่วมกันแม้จะมีอุปสรรคผ่านเข้ามา

ถึงกาลเวลาจะพัดพาให้แต่ละคนแยกย้ายไปตามเส้นทางของตน แต่สายสัมพันธ์ของครอบครัวไม่เคยเลือนหาย
จากนี้คือ...เรื่องราวมิตรภาพ ความรัก การเติบโต และบทสรุปสุดท้าย ของเซี่ยชิงหลีและครอบครัว

กลุ่มคนที่ผ่านทั้งความสุขและความเจ็บปวด เรื่องราวของพวกเขาที่ต้องเลือกระหว่างหน้าที่และหัวใจ อดีตที่ไม่อาจลืม กับอนาคตที่ยังรออยู่เบื้องหน้า

และเมื่อโชคชะตาได้นำพาให้พวกเขาต้องเดินบนเส้นทางของตน ทุกเสียงหัวเราะและหยาดน้ำตาจะกลายเป็นบทพิสูจน์ ว่าความผูกพันที่แท้จริง...จะไม่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา

***************************************
ถนนสายหลักเปิดสู่ย่านหอนางโลม เสียงหัวเราะคิกคักของสตรีร่างอรชรนุ่งน้อยห่มน้อย เสียงพิณและเครื่องสายดังแว่วมาตามสายลม แสงโคมสีชาดแกว่งเบาๆ ราวกับเชื้อเชิญให้บุรุษวัยฉกรรจ์ตบเท้าเข้ามาใช้บริการ

บนชั้นสองของหอหมื่นบุปผา เสียงพิณดังแววมาแต่ไกล เงาร่างสูงใหญ่นั่งกระดกเหล้าเข้าปากจนใบหน้าแดงก่ำ ตรงหน้าของชายหนุ่ม มีร่างอรชรที่กำลังวาดลวดลายร่ายรำราวกับผีเสื้อโบยบิน

หัวใจของเซี่ยจื่ออี้กระตุกหลายครั้ง...เมื่อได้มาเห็นกับตา ความหนาวเย็นไล่ขึ้นจนถึงหลังคอ ความโกรธและความน้อยใจปะปนกันจนรู้สึกหนักอึ้ง เขามองอยู่นานก่อนจะหมุนกายเตรียมจากไป โดยไม่คิดเอ่ยถามถึงเหตุผลที่เขามาที่นี่

ทว่า...เพียงก้าวแรกที่ชายหนุ่มหันหลัง เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นตามมา

"อาอี้!"

มู่หรงหนานเฟิงหันกลับมาด้านหลัง เพราะรู้สึกได้ว่ากำลังมีใครบางคนจ้องมาที่ตน เซี่ยจื่ออี้ไม่คิดรอฟังคำแก้ตัวของคนทรยศ เขาเอี้ยวตัวก้าวลงมาจากชั้นสองด้วยสีหน้าไม่พอใจ

ภายในหัวของมู่หรงหนานเฟิงขาวโพลนไปหมด ปฏิกิริยาแรกของร่างกายคือต้องตามเขาไปเดี๋ยวนี้ ร่างกายนำสมอง ชายหนุ่มโยนก้อนเงินตำลึงลงบนโต๊ะ ก่อนลุกพรวดขึ้นแล้วทะยานตามร่างสูงออกไปทันที

สหายทุกคนต่างมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าฉงน ทว่าก็ไม่มีสิ่งใดดึงดูดสายตาไปยิ่งกว่าสตรีงามตรงหน้า
หลังจากได้ยินเสียงอีกฝ่ายเรียกชื่อตน เซี่ยจื่ออี้ก็ไม่คิดหยุดเดิน ด้วยความโมโห...บัดนี้ชายหนุ่มลืมแม้กระทั่งม้าที่ผูกเอาไว้ หัวใจที่อัดแน่นด้วยคำถามและความผิดหวัง ทำให้เสียงเรียกจากทางด้านหลังคล้ายเป็นเพียงสายลมพัดผ่าน

"ฟังข้าก่อน! อาอี้! เรื่องไม่ใช่อย่างที่เจ้าเห็นนะ!"

เสียงตะโกนของมู่หรงหนานเฟิงดังขึ้น พร้อมด้วยฝีเท้าที่เร่งร้อนตามมา ทว่าชายหนุ่มกลับมองเห็นเพียงแผ่นหลังอันเย็นชา ของคนที่กำลังเดินห่างออกไปภายใต้แสงโคมของยามราตรี...

"จื่ออี้! ได้โปรด…หยุดก่อน!"

มือใหญ่คว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้ได้ทัน ก่อนที่เขาจะก้าวพ้นจากแสงโคมสลัว ชายหนุ่มรับรู้ได้อย่างชัดเจน ถึงความเย็นจากฝ่ามือของเซี่ยจื่ออี้ที่ตัดกับความร้อนของฝ่ามือตนเอง

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมสั่นไหวด้วยความน้อยใจ ผสมปนเปกับความโกรธเคือง

"เจ้ามีอะไรต้องการพูดอีกหรือ ภาพที่ข้าเห็นเมื่อครู่…มันชัดเจนอยู่แล้ว"

มู่หรงหนานเฟิงกัดฟันเล็กน้อย คล้ายลังเลที่จะเอ่ยออกมา ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยเสียงต่ำราวกับกังวลว่าอีกฝ่ายจะไม่เชื่อ

"ข้าไปที่นั่น…เพราะความบังเอิญจริงๆ"

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร...อะไรคือความบังเอิญ หากต้องการหาข้อแก้ตัว ควรพูดเรื่องที่น่าเชื่อถือยิ่งกว่านี้"
เซี่ยจื่ออี้ย้อนถามทันควัน

มู่หรงหนานเฟิงเหลือบมองไปรอบด้าน ครั้นเห็นว่ามีคนแปลกหน้าเดินผ่าน จึงรีบกระชากเซี่ยจื่ออี้เข้ามาในเงามืดของกำแพง

"แล้วสิ่งที่เจ้าทำเล่า เจ้าได้ถามความรู้สึกของข้าหรือไม่"

เสียงของมู่หรงหนานเฟิงขณะเอ่ย มีทั้งความน้อยใจและความโกรธเคือง

"เจ้าพาสตรีอื่นกลับมาบ้านของเรา เจ้าคิดว่าข้าจะทนมองได้หรือไม่ ข้าเห็นนางตามติดทำตัวสนิทสนมกับเจ้า ใจข้ามิอาจทนไหว ยิ่งเห็นเจ้าส่งยิ้มให้สตรีอื่นอย่างอ่อนโยนเช่นนั้น...เจ้าเอาความรู้สึกของข้าไปโยนทิ้งไว้ตรงที่ใด"

ดวงตาคมสั่นไหวบางเบา ก่อนหยาดน้ำตาของลูกผู้ชายจะรินไหลออกมา และอาจด้วยเพราะฤทธิ์ของสุราที่ดื่มเข้าไปก่อนหน้านี้ ทำให้ชายหนุ่มมีความกล้ามากกว่าเดิม

มู่หรงหนานเฟิงกระชากร่างที่เตี้ยกว่าเข้ามาในอ้อมแขน ก่อนจะบดจูบลงไปแรงๆ เพื่อให้อีกฝ่ายได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดของตน เรียวลิ้มอุ่นดุนดันไปมา ก่อนจะถูกอีกฝ่ายผลักออกเบาๆ

ลมหายใจของทั้งคู่สั่นไหวในความเงียบงัน เซี่ยจื่ออี้พยายามถอยหนี ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับกำแพงเย็นชื้น มู่หรงหนานเฟิงไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายหนีไปได้ เขาต้องการทำโทษที่ชายหนุ่มที่ทำให้ตนต้องหลั่งน้ำตา

ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้...ใกล้เสียจนเงาของทั้งคู่ซ้อนทับเป็นหนึ่งเดียว ดวงตาคมสบกันโดยไม่มีผู้ใดเอื้อนเอ่ยถ้อยคำ มีเพียงเสียงหอบหายใจที่ดังประสานขึ้น

เพียงชั่วพริบตา ริมฝีปากอุ่นก็ประทับลงอย่างแนบแน่นอีกครั้ง
แรงสัมผัสค่อยๆ ล้ำลึกลงราวต้องการกลืนกินทุกความคิดของอีกฝ่าย

ปลายลิ้นของทั้งสองสัมผัสกันแผ่วเบาและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ความอุ่นร้อนและหวานปนขมจากน้ำตาที่คลออยู่ในหางตา ยิ่งทำให้อารมณ์ของทั้งสองเตลิดไปไกล

ชั่วขณะนั้นราวกับเวลาได้หยุดหมุนลง เหลือเพียงเสียงหัวใจของทั้งคู่ และความรู้สึกที่ไม่มีถ้อยคำใดอธิบายได้...

มู่หรงหนานเฟิงปล่อยให้เซี่ยจื่ออี้เป็นอิสระ หลังจากลงโทษชายหนุ่มด้วยการจูบจนเขาแทบสำลักความสุขตาย ความหมองหม่นในใจของทั้งสองพลันมลายหายไป แต่กลับได้ความรู้สึกแนบแน่นเข้ามาแทนที่

มู่หรงหนานเฟิงดึงเซี่ยจื่ออี้เข้ามากอดเอาไว้หลวมๆ

แม้จะยอมอ่อนให้ ทว่า...เซี่ยจื่ออี้ยังต้องการฟังจากปากของมู่หรงหนานเฟิง ว่าเหตุใดเขาต้องมายังหอหมื่นบุปผา
"เจ้ายังไม่ได้บอกว่ามาที่นี่ทำไม"

นำเสียงคาดคั้นเอ่ยขึ้นบางเบา
"ข้า...แค่ตามผู้อื่นมา ความจริงสหายในกรมโยธาเห็นข้ามีท่าทีเศร้าหมอง จึงได้ชักชวนไปดื่มเพื่อคลายทุกข์ ใครจะรู้ว่าพวกเขาจะมาที่หอนางโลมกันเล่า"

หัวใจของเซี่ยจื่ออี้ราวกับหยุดเต้นไปชั่วขณะ ความโกรธในดวงตาค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความตะลึงงัน ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายเพื่อพยายามค้นหา...ว่าที่เขาพูดเป็นความจริงหรือไม่

"เช่นนั้น...เจ้าจะบอกว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการคิดมาเที่ยวร่ำสุราเคล้านารี...ในคืนนี้"
มู่หรงหนานเฟิงพยักหน้าจริงจัง

"แน่นอนว่าไม่ เพราะสำหรับข้า...สตรีก็ไม่ต่างจากบทกวี"

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร" เซี่ยจื่ออี้ผละจากอกของอีกฝ่ายก่อนจะมองเขาด้วยสีหน้าฉงน

มู่หรงหนานเฟิงโน้มกายเข้าใกล้เสียจนลมหายใจร้อนผ่าวคลอเคลียข้างใบหูของอีกฝ่าย ก่อนจะกระซิบเสียงเบา

"คืนนี้…ข้าจะเล่าให้ฟังทุกสิ่ง แต่ตอนนี้เราต้องออกไปจากที่นี่เสียก่อน ก่อนที่...ข้าจะทนไม่ไหว จับเจ้ากดที่ข้างกำแพง ข้าว่าเจ้าคงไม่ชอบให้ข้าทำเช่นนั้นแน่"
ประเภทไฟล์
pdf, epub
วันที่วางขาย
11 ตุลาคม 2568
ความยาว
449 หน้า (≈ 89,350 คำ)
ราคาปก
119 บาท
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
คุณสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็นได้จ้า