Icon Close

1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง

1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง
โดยScince
สำนักพิมพ์Scince2
5.00
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
3 Rating
ประเภทไฟล์
pdf, epub
วันที่วางขาย
27 พฤศจิกายน 2568
ความยาว
965 หน้า (≈ 187,454 คำ)
ราคาปก
459 บาท (ประหยัด 21%)
1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง
โดยScince
1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง
5.00
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
3 Rating
1975 ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง (เล่มเดียวจบ)


"ปีนี้เสี่ยวเหลียนก็อายุย่าง 16 ปีแล้วสินะคะ" เสียงแหลมของอาสาม หลี่เซียน ซึ่งเป็นน้องสาวของพ่อเลี้ยงเอ่ยขึ้น ทำเอาทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นงงไปตามๆ กัน

จ้าวเสี่ยวเหลียน เด็กสาวอายุ 15 ปี อาศัยอยู่กับยายที่ชนบท แต่เพราะหมู่บ้านทางน้ำของพวกเธอถูกอุทกภัยพัดหายไปกับสายน้ำ หลิวซือคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ ผู้หญิงที่อายุเพิ่งเข้าเลขสาม ทว่ายังคงความสวยตามแบบฉบับของผู้เป็นแม่ ซึ่งก็คือ ยายหลิว เจ้าของผมสีดำขลำแม้ว่าอายุจะล่วงเลยเข้าสู่เลขห้าแล้วก็ตาม ท่านเป็นคนเลี้ยงเสี่ยวเหลียนมาตั้งแต่แบเบาะ ถ้าจะพูดให้ถูกคือตั้งแต่คลอดออกมาเสียด้วยซ้ำ ทันทีที่ทราบข่าวก็รีบบอกให้ทั้งสองคนเร่งเดินทางมาอยู่กับตนและครอบครัวใหม่ยังอีกมณฑลหนึ่ง

โชคดีที่อยู่ในช่วงปิดภาคเรียนการศึกษา อีกทั้งจ้าวเสี่ยวเหลียนก็เพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมต้น จากโรงเรียนมัธยมระดับ 17

เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ที่ย้ายมาอยู่กับผู้เป็นแม่ และถือว่าเป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นหน้าตาของคนในครอบครัวใหม่ที่แม่มอบให้ แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่อยากได้เลยก็ตาม

"ใช่แล้วล่ะ นี่ก็ว่าเปิดเทอมจะพาไปสมัครเรียนต่อมัธยมปลายที่โรงเรียนในเขตนี่แหละ" หลิวซือพูดขึ้นยิ้มๆ

ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เธอจัดการจับลูกสาวขัดตัว อาจเพราะอยู่ที่ชนบทมาตั้งแต่เกิด อีกทั้งยังไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล ทำให้ผิวของลูกสาวกระดำกระด่าง ทั้งที่ตอนคลอดตัวแดงยิ่งกว่าลูกมะเขือเทศ ใครเห็นก็บอกว่าโตขึ้นมาจะต้องผิวขาวมากแน่ๆ

"อาโหยว…พี่สะใภ้ อายุขนาดนี้แล้ว ใครเขาให้เรียนหนังสือกันละคะ" อาสามมองหน้าพี่สะใภ้ใหญ่ของตัวเองด้วยความตกใจ พร้อมทั้งแทะเม็ดแตงไปด้วย อากาศเดือนสิงหาคม เดี๋ยวก็แดด เดี๋ยวฝน ทำให้ผู้คนปรับตัวไม่ถูก

"ทำไมล่ะ เกิดเป็นลูกผู้หญิงเรียนจบสูงสิดี" หลิวซือไม่เห็นด้วย

แม้ว่าตัวเธอเองจะเรียนจบถึงชั้นมัธยมต้น ในยุคนี้ก็ถือว่าเป็นคนที่มีการศึกษาสูงแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ยังมองว่าไม่พอ ต้องเรียนให้สูงขึ้นไปอีก

"จะว่าก็ว่าเถอะนะคะ ลูกผู้หญิงน่ะ เรียนแค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว โตขนาดนี้แล้วสมควรจะออกมาหางานทำช่วยพ่อแม่ส่งน้องให้เรียนสูงๆ เสี่ยวเฟินขของพวกเราน่ะ ได้ข่าวว่าเป็นนักเรียนดีเด่นประจำโรงเรียนอันดับหนึ่งอีกแล้วไม่ใช่เหรอคะ" เมื่อนึกถึงหลานสาว ผู้เป็นอาก็ยืดอกพูดด้วยความภาคภูมิใจ

"ใช่แล้วล่ะ" หลิวซือพยักหน้ายิ้มกว้าง เมื่อนึกถึงผลการเรียนของลูกสาวคนเล็ก

หลี่เฟิน เด็กสาวอายุ 12 ปี เป็นลูกของหลิวซือกับสามีใหม่ ก็คือหลี่เจียง อายุ 32 ปี รูปร่างสูงใหญ่กำยำ เพราะทำงานเป็นพนักงานประจำที่โรงงานเหล็กกล้า

จ้าวเสี่ยวเหลี่ยนเห็นแม่ของตัวเองพยักหน้ายิ้มๆ ก็เข้าใจผิดคิดไปว่าแม่เห็นด้วยที่จะไม่ให้ตัวเองเรียนต่อ ทั้งที่พูดกันก่อนหน้าที่จะย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ที่นี่แล้วว่าจะให้เธอเรียนต่อจนจบระดับชั้นมัธยมปลาย

"พี่สะใภ้ ฉันเองก็รับรู้เรื่องเสี่ยวเหลียนมาตั้งแต่พวกพี่ทั้งสองแต่งงานกันใหม่ๆ ยังเป็นคนยกมือสนับสนุนให้พีใหญ่แต่งงานกับพี่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหม้ายด้วยซ้ำ ทั้งที่พี่ชายของฉันเป็นหนุ่มโสดทั้งแท่งไม่เคยผ่านมือผู้หญิงมาก่อน แล้วก็รักและเอ็นดูเสี่ยวเหลียนเหมือนหลานในไส้คนหนึ่ง ถึงจะไม่เคยเห็นหน้า แต่ก็ถามข่าวคราวอยู่เสมอพี่ก็รู้"

"อือ" หลิวซือพยักหน้าคล้อย

"ใครจะหาว่าฉันไม่มีสมองหรืออะไรก็แล้วแต่เถอะนะคะ แต่ฉันกลับมองว่าถึงวัยที่หลานสาวคนโตของบ้านควรแต่งงานได้แล้วล่ะ" อาสามเหลือบมองคนที่ตนเรียกว่าหลานสาวได้เต็มปากอยู่เป็นระยะๆ

"แต่งงานเหรอ" ผู้เป็นแม่ได้ยินคนพูดเรื่องแต่งงานของลูกสาวก็รู้สึกตกใจ เพราะในสายตาของเธอยังมองว่าลูกคนเล็กยังดูประสีประสามากกว่าลูกสาวบ้านนอกของตนเองคนนี้ด้วยซ้ำ

"ฉันก็มองๆ เอาไว้แล้วล่ะ รับรองว่าหายห่วง" อาสามจีบปากจีบคอเมื่อนึกถึงเรื่องสำคัญที่ตนเองปูทางมาเสียยืดยาว กว่าจะเข้าเรื่องได้

"ใครงั้นเหรอ" หลิวซือกะจะถามเล่นๆ ไปอย่างนั้น เพราะถึงยังไงตนก็ไม่มีทางตอบตกลงอย่างแน่นอน

"จะใครที่ไหนเสียอีกละคะ ก็เจ้าสี่ของเรายังไงล่ะ ปีนี้ก็เพิ่งจะอายุ 25 ปี ทั้งยังทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ในบรรดาพี่น้อง เจ้าสี่หน้าที่การงานดีกว่าคนอื่นๆ แว่วมาว่าสิ้นปีนี้ก็น่าจะได้ขึ้นเป็นเจ้าหน้าที่ชำนาญการแล้ว อนาคตไกล สมัยนี้ใครๆ ก็มองหาสามีที่มีชามข้าวเหล็กในมือด้วยกันทั้งนั้น เรื่องอะไรที่เราจะปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นมาคาบเอาของดีบ้านเราไปละคะ ไม่สู้ยกให้หลานสาวของเราเสียดีกว่า"

"ระ เรื่องนี้" หลิวซือถึงกับพูดไม่ออก

ถ้ามองแค่เรื่องหน้าตา นิสัยใจคอ รวมถึงหน้าที่การงาน แน่นอนว่าอาสี่ หลี่เหวยกินขาด เขาสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ แต่ก็มีข่าวลลือเรื่องที่เขาเป็นพวกตัดแขนเสื้อไม่ใช่เหรอ

แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ยอมรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ อีกทั้งยังเจ้าสำอางจนผู้หญิงบางคนยังอาย ใบหน้าของเขาขาวเนียนกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก

จ้าวเสี่ยวเหลียนได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกอึ้ง ร่างกายแข็งค้างไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แต่เดิมก็เป็นคนหัวอ่อนอยู่แล้ว แม้เรื่องนี้ตนจะไม่พอใจ แต่ทำได้มากสุดแค่เพียงกำหมัดแน่นแล้วแอบมานอนร้องไห้คนเดียวเท่านั้น

เรื่องนี้แน่นอนว่าจะบอกให้ยายรู้ไม่ได้ เพราะท่านอายุเยอะแล้ว สาวเจ้ากลัวว่าท่านจะไม่สบายใจ เพราะแค่เรื่องที่มาอาศัยบ้านคนอื่นอยู่เพียงไม่กี่วัน ท่านก็กระอักกระอ่วนใจแทบขาด ขืนเอาเรื่องนี้ไปให้ท่านรับรู้อีก มีหวังได้ล้มหมอนนอนเสื่อเพราะคิดมากเป็นแน่

สุดท้ายแล้วหญิงสาวก็คิดไม่ตก แต่จะให้แต่งงานกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นอา แน่นอนว่าเธอไม่ยินยอม ถึงแม้ว่าความเป็นจริงทั้งสองคนจะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กันทางสายเลือด และอาสี่ก็ดีกับเธอมากก็เถอะ แต่เธอยังอยากเรียนต่อ ความฝันคืออยากสอบเข้าพยาบาล เพื่อที่ว่าต่อไปภายหน้าจะได้ดูแลยายที่เริ่มแก่ชราลงไปทุกวันได้

เช้าวันถัดมา ฟ้ายังไม่สาง ทว่าใต้สะพานกลับได้เสียงหนึ่งตกลงไปยังแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว พร้อมทั้งน้ำในแม่น้ำที่กระเพื่อมเป็นวงกว้าง บ่งบอกว่ามีบางอย่างตกลงไปในน้ำ ทว่าพอลงไปแล้วกลับไม่มีวี่แววว่าจะโผล่ขึ้นมาอีกเลย

"ช่วยด้วย มีคนตกน้ำ ใครก็ได้ช่วยที มีคนตกน้ำ" เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนที่เพิ่งทำงานออกกะมาร้องตะโกน เพราะเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างตั้งแต่ต้น

ตุ้ม!
ประเภทไฟล์
pdf, epub
วันที่วางขาย
27 พฤศจิกายน 2568
ความยาว
965 หน้า (≈ 187,454 คำ)
ราคาปก
459 บาท (ประหยัด 21%)
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
หนังสือเล่มนี้เปิดให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะผู้ที่มีหนังสือฉบับเต็มเท่านั้น