Icon Close

อีวาเมียกำนัลแสน

อีวาเมียกำนัลแสน
สำนักพิมพ์Black lion
หมวดหมู่นิยายโรมานซ์
5.00
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
1 Rating
ประเภทไฟล์
pdf, epub
วันที่วางขาย
25 มีนาคม 2569
ความยาว
245 หน้า (≈ 50,381 คำ)
ราคาปก
179 บาท (ประหยัด 37%)
อีวาเมียกำนัลแสน
อีวาเมียกำนัลแสน
5.00
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
1 Rating
อีวาลูกสาวเจ้าของร้านทอง อายุ 20 ปี รักมั่นตามจีบกำนันหนุ่มใหญ่วัย 42 ปี แต่เขาไม่มีโอนอ่อน วันแล้ววันเล่า เฝ้าเพียรรัก ส่งข้าว ส่งน้ำ ไม่รู้ว่าจะใจอ่อนให้เธอไหม

กำนันแสนหนุ่มใหญ่วัยผู้ใหญ่ อายุเข้า เลขสี่ ป้จจุบันอายุ 42 ปี เขาคือ กำนันที่หญิงสาวหลายคนในหมู่บ้านหมายปอง เขาบวชเรียนกว่าจะสึกเป็นทิด ก็ปาเข้ามาอายุ 30 ปี แล้ว เขาถือศีล สวดมนต์ไม่เคยขาด ต่อให้สาวหม้าย สาวเด็กที่ไหนมาอ่อยเขาก็ยังไม่หวั่นไหว แต่กับอีวา เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขาสามารถ สวดมนต์ผิด ๆ ถูกๆ จนโดนยายช้อยเอ่ยปากแซว

เรื่องย่อ... ย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ประมาณ ปี พ.ศ. 2535 ยุคที่ หมู่บ้านที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ...


ที่หน้าถนนลูกรังฝุ่นคลุ้ง พัดผ่านร้านทองไปครู่หนึ่ง กำนันแสนหยุดฝีเท้าลงหน้ารถกระบะคู่ใจ เขาหันมาหาอีวาที่ยืนทำหน้ามุ่ยอยู่ตรงขั้นบันไดร้าน

"เอ็งอย่าดื้อกับพ่อให้มากนักเลยวา พ่อเขาเป็นห่วงชื่อเสียงเอ็ง"

กำนันแสนนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาเอื้อมมือหนาหยาบกร้านจากการทำงานหนักไปลูบหัวเด็กสาวเบา ๆ เพียงชั่วครู่ก่อนจะชักมือกลับราวกับกลัวศีลจะขาด

"วาชอบกำนัน กำนันรู้ใช่ไหม" วาถามตรง ๆ

"ข้ารู้... แต่อย่างที่บอก เอ็งยังเด็กนัก วันนี้เอ็งปักใจมั่นกับข้า แต่วันหน้าเอ็งอาจจะเจอคนหนุ่มที่คู่ควรกว่า"

"ไม่มีใครคู่ควรไปกว่ากำนันของวาหรอกจ้ะ!"

"วาไม่สนชื่อเสียงจ้ะ วาสนแต่หัวใจกำนัน..." วาแสร้งเดินเข้าไปใกล้ยืนเคียงหน้าอก หันซ้ายหันขวา แขย่งปลายเท้าอย่างรวดเร็วแล้วจุ๊บปากของกำนันอย่างถือวิสาสะ

กำนันแสนตาโตเป็นไข่หาน ไม่คิดว่า อีวาเด็กนี่ จะกล้า ขนาดขโมยจูบแรกของเขากลางวันแสก ๆ
"กลับบ้านดี ๆ นะจ๊ะ กำนัน ส่วนผ้าขาวม้าผืนนี้ วาขอนะจะเอาไปนอนกอด เผื่อคิดถึงกำนันตอนกลางคืน" อีวายิ้มพลางวิ่งเข้าหายเข้าไปในบ้านอย่างไว ทิ้งให้กำนันยืนนิ่งค้างเป็นหิน

"วา! นี่เอ็ง...!"

เสียงตวาดก้องของกำนันแสน ดังขึ้นจนคนที่เดินผ่านไปมาในตลาดสะดุ้งโหยง ทว่าเจ้าของชื่อกลับวิ่งปรู๊ด หายลับเข้าไปหลังม่านร้านทองทิ้ง ไว้เพียงกลิ่นแป้งอ่อน ๆ และสัมผัสอุ่นวาบที่ริมฝีปาก ซึ่งทำเอาคนถือศีลห้า มาสิบกว่าปีถึงกับเสียศูนย์

กำนันแสนยืนตัวแข็งทื่อ ราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ใบหน้าคมเข้มที่เคยนิ่งสงบดั่งพระพุทธรูปบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำลามไปถึงใบหู มือหนาที่พาดผ้าขาวม้าไว้สั่นระริกจนต้องกำพวงมาลัยรถไว้แน่นเพื่อตั้งสติ

"ไอ้เด็กบ้า! มันน่าจับมาตีให้ก้นลายนัก! ใครสั่งใครสอนให้ทำกิริยาฉาวโฉ่กลางตลาดแบบนี้!"

เขาโวยวายออกมาเสียงดัง เพื่อกลบเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุอกขาว ๆ ภายใต้เสื้อกล้าม
แววตาคมกริบที่เคยดุจนใคร ๆ ก็เกรงขามบัดนี้วูบไหวและสับสนอย่างหนัก เขาพยายามจะทำหน้าโหดเพื่อให้ดูขลังเหมือนเดิม แต่พอมือแตะลงที่ริมฝีปากตัวเอง ภาพใบหน้ายิ้มระรื่นของอีวาก็ลอยเข้ามาขัดจังหวะจนความดุนั้นพังทลายลงไม่เป็นท่า

"ศีลจะขาดก็เพราะความใจกล้าบ้าบิ่นของเอ็งนี่แหละ วาเอ๊ย"

กำนันหนุ่มใหญ่สบถอุบอิบพลางรีบกระโดดขึ้นรถกระบะ สตาร์ทเครื่องยนต์เสียงดังสนั่นเหมือนจะระบายอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ข้างใน เขาเข้าเกียร์กระชากรถออกไปอย่างรวดเร็วฝุ่นตลบ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเผลอมองกระจกหลังค้างไว้เพื่อหวังจะเห็นเงาของเด็กสาวจอมแสบอีกสักนิด

ขณะเดียวกันที่ชั้นบนของร้านทอง อีวาแอบแง้มหน้าต่างไม้ออกมาดูเห็นรถกระบะที่ขับส่ายไปส่ายมาผิดวิสัยกำนันผู้สำรวมเธอก็หัวเราะคิกคักพลางเอามือปิดแก้มที่แดงปลั่ง

"ดุให้ตายเถอะจ้ะกำนัน...แต่ดุไปใจสั่นไปแบบนั้น วารู้หรอกว่ากำนันน่ะ 'ไปไม่เป็น' แล้ว!"

เรือนไทยไม้สักหลังใหญ่ของกำนันแสน ตั้งตระหง่านอยู่ริมคลองสายหลัก ท่ามกลางอาณาจักรสีเขียวขจี ที่แผ่ขยายสุดลูกหูลูกตา สวนมะม่วงอกร่องและเขียวเสวยกว่า 10 ไร่กำลังติดผลดกพราว ถัดไปเป็นป่ากล้วยน้ำว้าอีก 5 ไร่

และผืนนาข้าวหอมมะลิที่กำลังแตกกอเขียวชอุ่มอีก 50 ไร่ บ่อปลานิลขนาดใหญ่ 3 บ่อส่งเสียงปลากระโดดฮุบเหยื่อดังจอมแจมเป็นระยะ บ่งบอกถึงความมั่งคั่งของเจ้าของบ้านที่มีลูกน้องในปกครองเกือบ 30 ชีวิต
ทว่าในยามโพล้เพล้ของ ตะวันลับขอบฟ้า ช่างเป็นช่วงเวลาที่สวยงามของหลายสิบปีก่อน เสียงสวดมนต์บนเรือนดังแว่วมา..

"นะโม ตัสสะ... สัมมา... อะระหัง... โอ๊ย! ไอ้เด็กบ้า!"

เสียงสบถหลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มใหญ่วัย 42 ที่นั่งขัดสมาธิอยู่หน้าหิ้งพระ กำนันแสนในชุดกางเกงแพรสีเข้มและเสื้อกล้ามสีขาวสะอาดตา พยายามหลับตาลงเพื่อดึงจิต ให้เข้าสู่สมาธิ แต่ภาพริมฝีปากนุ่มหยุ่น และสัมผัสแผ่วเบาที่จู่โจมเขา ที่ตลาดกลับลอยเด่นขึ้นมาในมโนภาพ ชัดเจนกว่าดวงแก้วมโนมัยเสียอีก

เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นแป้งร่ำจาง ๆ ที่ยังติดอยู่ที่ปลายจมูก สัมผัสอุ่นวาบที่ริมฝีปากทำให้หัวใจของอดีตมหาเปรียญเต้นระรัวจนอกสั่น พยายามท่องบทเมตตาใหญ่เพื่อสะกดอารมณ์พลุ่งพล่าน แต่ปากกลับขยับว่า

"นะโม... วา... วา... สัมมา..."

"แสน... เป็นอะไรของเอ็งฮึ?" เสียงแหบพร่าของ ยายช้อย หญิงชราวัยแปดสิบเศษที่นั่งกินหมากอยู่มุมห้องเอ่ยถามขึ้น ยายช้อยหรี่ตามองหลานชายตัวดีที่วันนี้ดูผิดวิสัย

"ผมแค่.." กำลังนึกถึงหน้าใครบางคน

"สวดมนต์บทไหนของเอ็งน่ะ สวดมาครึ่งชั่วโมงยังไม่จบนะโมเลย แถมหน้าแดงยังกับโดนของ หรือไปถูกผีโพงที่ไหนเข้าสิง?"

"ไม่มีอะไรครับยาย ผมแค่... อากาศมันร้อนน่ะครับ" กำนันแสนรีบลืมตาขึ้น แววตาดุเข้มวูบไหวอย่างเห็นได้ชัด

"ร้อนเรอะ? ลมโชยจนกล้วยจะล้มทับหัวอยู่แล้วเนี่ยนะ" ยายช้อยพ่นน้ำหมากใส่โถ

"ก็มันร้อน ลมร้อนนะยาย โถ่..."กำนันแสนมุสาเสียแล้ว

"มุสา บาปนะพ่อแสน ..ยายช้อยพูดราวกับรู้ทัน "แว่วๆ ว่าไปส่งยายวาลูกเจ๊กฮง กลับมาเร็วนักนี่ แหม... ผ้าขาวม้าที่พาดบ่าหายไปไหนเสียล่ะ?"

กำนันแสนสะดุ้งวาบ ใจนึกถึงผ้าขาวม้าที่ยกให้อีวาไปเพื่อตัดบท แต่อีกใจกลับนึกถึงจูบอุกอาจนั่น "ผม... ผมยกให้เด็กมันเอาไปใช้ครับยาย ยายอย่าซักไซ้เลย ผมขอทำสมาธิต่อ"

"ทำสมาธิหรือทำใจกันแน่... ระวังเหอะ ศีลที่เอ็งถือมาสิบปีจะมาขาดเพราะน้ำหวานร้านทอง" หญิงชราหัวเราะหึๆ ก่อนจะเคี้ยวหมากต่ออย่างรู้ทัน...
ประเภทไฟล์
pdf, epub
วันที่วางขาย
25 มีนาคม 2569
ความยาว
245 หน้า (≈ 50,381 คำ)
ราคาปก
179 บาท (ประหยัด 37%)
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
คุณสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็นได้จ้า