ล็อกอินเข้าระบบ
เข้าระบบผ่าน Social Network
เข้าสู่ระบบด้วย Facebook
เข้าสู่ระบบด้วย Line
เข้าสู่ระบบด้วย Apple
เข้าสู่ระบบด้วย Google
หรือ เข้าระบบด้วยบัญชี meb
จำ Password ไม่ได้
จำ Username ไม่ได้
หากยังไม่สมัครบัญชี meb โปรด
สมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก MEB Account
กรุณาใส่ข้อมูลที่มีเครื่องหมาย * ให้ครบถ้วน
Username
*
ต้องมีไม่ต่ำกว่า 4 ตัวอักษร และยาวไม่เกิน 32 ตัวอักษร และใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ a ถึง z, A ถึง Z หรือเครื่องหมาย _-@.
Password
*
ระบุอย่างน้อย 8 ตัว
Retype Password
*
E-mail
*
Display name
*
Phone
ระบุเฉพาะตัวเลข
First Name
Last Name
Gender
Not specified
Male
Female
ส่งข้อมูล
ล็อกอินเข้าระบบ The1
สำหรับผู้ที่มีบัญชี meb อยู่แล้ว
ครอปรูปภาพ
ล็อกอินเข้าระบบ / สมัครสมาชิก
ล็อกอินเข้าระบบ
ตะกร้า
จัดการอีบุ๊กที่วางขาย
จัดการอีบุ๊ก
อีบุ๊กทั้งหมด
เมนู
อีบุ๊กทั้งหมด
นิยายทั้งหมด
นิยายแปล
การ์ตูนทั้งหมด
อีบุ๊กทั่วไป
หนังสือเด็ก
หนังสือเรียน
หนังสือเสียง
บุฟเฟต์
หมวดหมู่ทั้งหมด
สำนักพิมพ์
เลือกหมวดหมู่ย่อย
ค้นหาสำนักพิมพ์
หน้าแรก
ขายดี
มาใหม่
โปรโมชัน
ฟรีกระจาย
ฮิตขึ้นหิ้ง
แนะนำ
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนดำเนินรายการด้วยค่ะ
ล็อกอินเข้าระบบ
กรุณายืนยันอายุของผู้ใช้งานก่อนดำเนินรายการด้วยค่ะ
เข้าสู่ขั้นตอนยืนยันอายุผู้ใช้งาน
ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชน
กรุณาดำเนินการใหม่อีกครั้งในภายหลังค่ะ
ขออภัยค่ะไม่สามารถเข้าชมได้
เนื่องจากเนื้อหาเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
วิชาวิทยาศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 เน้นเนื้อหา สรุป "ถาม" และ "ตอบ"
โดย
นรพนธ์ อุสาใจ
สำนักพิมพ์
focusphysics
หมวดหมู่
การศึกษา/ตำราเรียน
ทดลองอ่าน
ซื้อ 99 บาท
No Rating
อยากได้
ซื้อเป็นของขวัญ
ติดตาม
นักเขียน
นรพนธ์ อุสาใจ
สำนักพิมพ์
focusphysics
หมวดหมู่
การศึกษา/ตำราเรียน
แชร์
Facebook
Twitter
LINE
ประเภทไฟล์
pdf
วันที่วางขาย
01 เมษายน 2569
ความยาว
173 หน้า
ราคาปก
99 บาท
วิชาวิทยาศาสตร์ ป.6 เล่ม 1 เน้นเนื้อหา สรุป "ถาม" และ "ตอบ"
โดย
นรพนธ์ อุสาใจ
focusphysics
การศึกษา/ตำราเรียน
ทดลองอ่าน
ซื้อ 99 บาท
No Rating
อยากได้
ซื้อเป็นของขวัญ
ติดตาม
นักเขียน
นรพนธ์ อุสาใจ
สำนักพิมพ์
focusphysics
หมวดหมู่
การศึกษา/ตำราเรียน
แชร์
Facebook
Twitter
LINE
หน่วยที่ 1 อาหารและการย่อยอาหาร
1. การจำแนกสารอาหาร (Nutrient Classification)
ในบทนี้จะเน้นให้แยกแยะระหว่าง "อาหาร (Food)" กับ "สารอาหาร (Nutrients)"
• อาหาร 5 หมู่: คือกลุ่มของอาหารที่เรากิน (เช่น เนื้อสัตว์, ผัก, ผลไม้)
• สารอาหาร 6 ประเภท: คือสารเคมีที่เป็นองค์ประกอบในอาหาร ได้แก่:
1. โปรตีน: ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างกล้ามเนื้อ
2. คาร์โบไฮเดรต: แหล่งพลังงานหลัก
3. ไขมัน: ให้พลังงานสูงและให้ความอบอุ่น
4. วิตามิน: ช่วยให้ร่างกายทำงานปกติ ป้องกันโรค (ไม่ให้พลังงาน)
5. เกลือแร่: เสริมสร้างกระดูกและฟัน (ไม่ให้พลังงาน)
6. น้ำ: ส่วนประกอบหลักของร่างกาย ช่วยขนส่งสารและควบคุมอุณหภูมิ
2. ประเด็นวิเคราะห์ที่สำคัญในบทเรียน
• สารอาหารที่ให้พลังงาน vs ไม่ให้พลังงาน: นักเรียนต้องแยกได้ว่า โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต และไขมัน เท่านั้นที่ให้พลังงาน (kcal)
• สัดส่วนที่เหมาะสม (ธงโภชนาการ): การวิเคราะห์ว่าใน 1 วัน เราควรกินอะไรมากที่สุด (ข้าว-แป้ง) และอะไรน้อยที่สุด (น้ำมัน-น้ำตาล-เกลือ)
• การทดสอบสารอาหาร: มักจะมีแล็บ (Lab) พื้นฐาน เช่น:
o ทดสอบ แป้ง โดยใช้สารละลายไอโอดีน (เปลี่ยนจากน้ำตาลอิฐเป็นน้ำเงินเข้ม)
o ทดสอบ น้ำตาล โดยใช้สารละลายเบเนดิกต์ (ต้องต้มจนเกิดตะกอนสีส้มอิฐ)
o ทดสอบ ไขมัน โดยการถูบนกระดาษ (กระดาษจะโปร่งแสง)
3. การเชื่อมโยงสู่ชีวิตจริง (Daily Application)
จากหัวข้อ "กิจกรรมที่ 1" ในภาพที่คุณส่งมา สิ่งที่ต้องวิเคราะห์คือ:
• BMI และพลังงาน: การคำนวณว่าน้ำหนัก/ส่วนสูงของเราอยู่ในเกณฑ์ไหม
• อ่านฉลากโภชนาการ: ฝึกดูว่าขนมหรือเครื่องดื่มที่ซื้อ มีน้ำตาลหรือไขมันแฝงอยู่เท่าไหร่
เรื่องที่ 2: ระบบย่อยอาหาร (The Digestive System)
ในส่วนนี้ บทเรียนจะเปลี่ยนจากการเน้น "สิ่งที่กิน" (สารอาหาร) ไปสู่ "วิธีการที่ร่างกายจัดการ" โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
1. อวัยวะและหน้าที่ (อ้างอิงจาก กิจกรรมที่ 2) นักเรียนจะต้องจำแนกหน้าที่ของอวัยวะแต่ละส่วนที่เป็นทางเดินอาหารได้:
• ปาก (Mouth): ย่อยเชิงกล (เคี้ยว) และย่อยทางเคมี (เอนไซม์อะไมเลสย่อยแป้ง)
• หลอดอาหาร (Esophagus): บีบตัวส่งอาหารลงสู่กระเพาะ
• กระเพาะอาหาร (Stomach): ย่อยโปรตีนด้วยกรดและเอนไซม์
• ลำไส้เล็ก (Small Intestine): "พระเอกของระบบ" เพราะเป็นจุดที่ย่อยสารอาหารทุกประเภทและดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดมากที่สุด
• ลำไส้ใหญ่ (Large Intestine): ดูดซึมน้ำและเกลือแร่ (ไม่มีการย่อยสารอาหารแล้ว)
2. อวัยวะช่วยย่อย (Accessory Organs)
• ตับ (Liver): สร้างน้ำดี (Bile) เพื่อช่วยให้ไขมันแตกตัว
• ตับอ่อน (Pancreas): สร้างเอนไซม์หลายชนิดส่งมาที่ลำไส้เล็ก
บทสรุปการเชื่อมโยง (Synthesis)
บทเรียนนี้ต้องการให้คุณมองเห็นภาพรวม (Big Picture) ว่า:
1. เรื่องที่ 1 (สารอาหาร): สอนให้รู้ว่าเราต้องการ "เชื้อเพลิง" ชนิดไหนบ้าง (โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, ไขมัน ฯลฯ)
2. เรื่องที่ 2 (ระบบย่อยอาหาร): สอนให้รู้ว่า "เครื่องจักร" ในร่างกายเราแยกชิ้นส่วนเชื้อเพลิงเหล่านั้นให้เล็กลงจนร่างกายนำไปใช้ได้อย่างไร
ข้อควรระวังในการสอบ: ข้อสอบมักจะถามว่า "สารอาหารประเภท... เริ่มย่อยที่อวัยวะใด และสิ้นสุดการย่อยที่ไหน"
• ตัวอย่าง: แป้งเริ่มที่ปาก, โปรตีนเริ่มที่กระเพาะ, ไขมันเริ่มที่ลำไส้เล็ก แต่ทุกอย่างจะไปจบการย่อยที่ลำไส้เล็กทั้งหมดครับ
หน่วยที่ 2: การแยกสารเนื้อผสม
ซึ่งเน้นทักษะทางวิทยาศาสตร์ที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันครับ
วิเคราะห์เทคนิคการแยกสารตามสถานะ (จากกิจกรรม 1.1 - 1.4)
ในหน่วยนี้จะสอนให้เราเลือกใช้ "วิธีการ" ให้เหมาะสมกับ "สมบัติทางกายภาพ" ของสาร ดังนี้ครับ:
1. การแยกของแข็งออกจากของแข็ง (กิจกรรม 1.1)
มักใช้เมื่อสารมีขนาด รูปร่าง หรือสีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
• วิธีการ: การหยิบออก (Handpicking), การร่อนผ่านตะแกรง (Sieving)
• ตัวอย่าง: การแยกกรวดออกจากข้าวสาร, การร่อนทรายเพื่อใช้ในการก่อสร้าง
2. การแยกของแข็งออกจากของเหลว (กิจกรรม 1.2)
ใช้ในกรณีที่สารหนึ่งไม่ละลายในอีกสารหนึ่ง
• วิธีการ: * การกรอง (Filtering): ใช้กระดาษกรองหรือผ้าขาวบาง (เช่น การคั้นน้ำกะทิ)
o การตกตะกอน (Sedimentation): ปล่อยให้ของแข็งตกลงสู่ก้นภาชนะ (เช่น การทำน้ำใสด้วยสารส้ม)
o การรินออก (Decantation): ค่อยๆ เทของเหลวส่วนบนออก
3. การใช้สมบัติทางแม่เหล็ก (กิจกรรม 1.3)
เป็นเทคนิคเฉพาะทางที่ใช้เมื่อมีสารใดสารหนึ่งในเนื้อผสมมีสมบัติ "เป็นสารแม่เหล็ก"
• วิธีการ: การใช้แม่เหล็กดึงดูด (Magnetic Attraction)
• ตัวอย่าง: การแยกผงเหล็กออกจากทราย, การแยกเศษโลหะในโรงงานรีไซเคิลขยะ
4. การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน (กิจกรรม 1.4)
บทเรียนต้องการให้เห็นว่า "ความรู้ในห้องเรียน" เชื่อมโยงกับ "ภูมิปัญญาและการใช้ชีวิต" อย่างไร:
• การกรองน้ำ: การทำเครื่องกรองน้ำอย่างง่ายเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน
• อุตสาหกรรมเกษตร: การฝัดข้าวเพื่อแยกแกลบออกจากเมล็ดข้าว
สรุปหลักการแยกสารเนื้อผสม (Practical Guide)
การแยกสารเนื้อผสม คือการเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับ สมบัติทางกายภาพ ของสารนั้นๆ โดยมีวิธีการหลักที่ควรทราบดังนี้:
วิธีการแยกสาร สถานะของสารที่ผสมกัน ลักษณะสำคัญที่ใช้แยก ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน
การหยิบออก ของแข็ง + ของแข็ง ขนาด สี หรือรูปร่างต่างกันชัดเจน แยกกรวดออกจากข้าวสาร
การร่อน ของแข็ง + ของแข็ง ขนาดของอนุภาคต่างกัน การร่อนแป้งทำขนม, ร่อนทราย
การใช้แม่เหล็ก ของแข็ง + ของแข็ง สารหนึ่งมีสมบัติถูกแม่เหล็กดูดได้ แยกผงตะไบเหล็กออกจากทราย
การตกตะกอน ของแข็ง + ของเหลว ของแข็งไม่ละลายและมีความหนาแน่นสูง ทำน้ำคลองให้ใสโดยใช้สารส้ม
การรินออก ของแข็ง + ของเหลว ของแข็งไม่ละลายและจมอยู่ก้นภาชนะ การซาวข้าว (รินน้ำล้างข้าวออก)
การกรอง ของแข็ง + ของเหลว ของแข็งไม่ละลายและมีขนาดใหญ่กว่ารูพรุน การใช้ผ้าขาวบางคั้นกะทิ
หน่วยที่ 3: หินและซากดึกดำบรรพ์ 1. หินและวัฏจักรหิน (Rocks and Rock Cycle)
หินคือมวลของแข็งที่ประกอบด้วยแร่ชนิดเดียวหรือหลายชนิดรวมตัวกัน แบ่งตามกระบวนการเกิดได้ 3 ประเภทหลัก ดังนี้:
ประเภทของหิน
• หินอัคนี (Igneous Rock): เกิดจากการเย็นตัวและตกผลึกของหินหนืด
o อัคนีแทรกซอน: เย็นตัวใต้ดินอย่างช้าๆ ผลึกแร่จึงมีขนาดใหญ่ เช่น หินแกรนิต
o อัคนีพุ (หินภูเขาไฟ): เย็นตัวบนผิวโลกอย่างรวดเร็ว ผลึกเล็กหรือไม่มีผลึกเลย เช่น หินบะซอลต์, หินพัมมิซ (มีรูพรุน ลอยน้ำได้)
• หินตะกอน (Sedimentary Rock): เกิดจากการทับถมของตะกอนหรือการตกตะกอนทางเคมี มักพบเป็นชั้นๆ และเป็นแหล่งพบซากดึกดำบรรพ์ เช่น หินทราย, หินปูน, หินดินดาน
• หินแปร (Metamorphic Rock): เกิดจากการแปรสภาพของหินเดิมด้วย ความร้อน ความดัน และปฏิกิริยาเคมี เช่น หินอ่อน (แปรจากหินปูน), หินไนส์ (แปรจากหินแกรนิต)
วัฏจักรหิน (Rock Cycle)
หินทั้ง 3 ชนิดสามารถเปลี่ยนสลับไปมาได้เสมอ:
1. การหลอมละลาย กลายเป็นแมกมา
2. การเย็นตัว กลายเป็นหินอัคนี
3. การผุพังและทับถม กลายเป็นหินตะกอน
4. ความร้อนและความดัน กลายเป็นหินแปร
2. ซากดึกดำบรรพ์ (Fossils)
คือ ร่องรอยหรือซากของสิ่งมีชีวิตในอดีตที่ถูกรักษาไว้ในชั้นหิน (ส่วนใหญ่พบใน หินตะกอน)
กระบวนการเกิดซากดึกดำบรรพ์
• การกลายเป็นหิน (Petrification): สารละลายซิลิกาเข้าไปแทนที่เนื้อเยื่อจนแข็งตัว
• การหล่อพิมพ์ (Mold and Cast): ร่างกายสลายไปเหลือเป็นรอยพิมพ์ (Mold) แล้วมีแร่ธาตุเข้าไปเติมเต็มจนกลายเป็นรูปจำลอง (Cast)
• ร่องรอย (Trace Fossils): รอยตีน รอยคืบคลาน หรือมูลสัตว์
ประโยชน์ของซากดึกดำบรรพ์
1. บอกอายุของชั้นหิน: ใช้ "ซากดึกดำบรรพ์ดัชนี" (Index Fossil) ที่แพร่หลายแต่เกิดช่วงเวลาสั้นๆ มากำหนดอายุหิน
2. สันนิษฐานสภาพแวดล้อมในอดีต:
o พบ ฟอสซิลหอยนางรม/ปะการัง บริเวณนั้นเคยเป็นทะเล
o พบ ฟอสซิลใบไม้/แมลง บริเวณนั้นเคยเป็นป่าบก
3. ศึกษาการวิวัฒนาการ: ลำดับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
การนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง
ประเภท การใช้งาน
หินแกรนิต ก่อสร้าง, ปูพื้น, ทำครกหิน
หินปูน อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์, ก่อสร้าง
แร่ควอตซ์ ทำแก้ว, กระจก, ส่วนประกอบนาฬิกา
หินอ่อน ตกแต่งอาคาร, งานแกะสลัก
วิทยาศาสตร์
หนังสือเรียน ป.6
ประเภทไฟล์
pdf
วันที่วางขาย
01 เมษายน 2569
ความยาว
173 หน้า
ราคาปก
99 บาท
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
คุณสามารถ
เข้าสู่ระบบ
เพื่อแสดงความคิดเห็นได้จ้า
รีวิวทั้งหมด