ล็อกอินเข้าระบบ
เข้าระบบผ่าน Social Network
เข้าสู่ระบบด้วย Facebook
เข้าสู่ระบบด้วย Line
เข้าสู่ระบบด้วย Apple
เข้าสู่ระบบด้วย Google
หรือ เข้าระบบด้วยบัญชี meb
จำ Password ไม่ได้
จำ Username ไม่ได้
หากยังไม่สมัครบัญชี meb โปรด
สมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก MEB Account
กรุณาใส่ข้อมูลที่มีเครื่องหมาย * ให้ครบถ้วน
Username
*
ต้องมีไม่ต่ำกว่า 4 ตัวอักษร และยาวไม่เกิน 32 ตัวอักษร และใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ a ถึง z, A ถึง Z หรือเครื่องหมาย _-@.
Password
*
ระบุอย่างน้อย 8 ตัว
Retype Password
*
E-mail
*
Display name
*
Phone
ระบุเฉพาะตัวเลข
First Name
Last Name
Gender
Not specified
Male
Female
ส่งข้อมูล
ล็อกอินเข้าระบบ The1
สำหรับผู้ที่มีบัญชี meb อยู่แล้ว
ครอปรูปภาพ
ล็อกอินเข้าระบบ / สมัครสมาชิก
ล็อกอินเข้าระบบ
ตะกร้า
จัดการอีบุ๊กที่วางขาย
จัดการอีบุ๊ก
อีบุ๊กทั้งหมด
เมนู
อีบุ๊กทั้งหมด
นิยายทั้งหมด
นิยายแปล
การ์ตูนทั้งหมด
อีบุ๊กทั่วไป
หนังสือเด็ก
หนังสือเรียน
หนังสือเสียง
บุฟเฟต์
หมวดหมู่ทั้งหมด
สำนักพิมพ์
เลือกหมวดหมู่ย่อย
ค้นหาสำนักพิมพ์
หน้าแรก
ขายดี
มาใหม่
โปรโมชัน
ฟรีกระจาย
ฮิตขึ้นหิ้ง
แนะนำ
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนดำเนินรายการด้วยค่ะ
ล็อกอินเข้าระบบ
กรุณายืนยันอายุของผู้ใช้งานก่อนดำเนินรายการด้วยค่ะ
เข้าสู่ขั้นตอนยืนยันอายุผู้ใช้งาน
ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชน
กรุณาดำเนินการใหม่อีกครั้งในภายหลังค่ะ
ขออภัยค่ะไม่สามารถเข้าชมได้
เนื่องจากเนื้อหาเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
คุณสามารถให้กำลังใจนักเขียนได้ โดยให้ทิปเพิ่มจากราคาปกติ
ใต้โอวาทเมีย
โดย
คุณหนูดี
สำนักพิมพ์
l’m 20 D
หมวดหมู่
นิยายโรมานซ์
ทดลองอ่าน
ซื้อ 99 บาท
4.97
31 Rating
อยากได้
ซื้อเป็นของขวัญ
ติดตาม
นักเขียน
คุณหนูดี
สำนักพิมพ์
l’m 20 D
หมวดหมู่
นิยายโรมานซ์
แชร์
Facebook
Twitter
LINE
ประเภทไฟล์
pdf, epub
(สารบัญ)
วันที่วางขาย
05 เมษายน 2569
ความยาว
225 หน้า (≈ 40,754 คำ)
ราคาปก
139 บาท (ประหยัด 28%)
ใต้โอวาทเมีย
โดย
คุณหนูดี
l’m 20 D
นิยายโรมานซ์
ทดลองอ่าน
ซื้อ 99 บาท
4.97
31 Rating
อยากได้
ซื้อเป็นของขวัญ
ติดตาม
นักเขียน
คุณหนูดี
สำนักพิมพ์
l’m 20 D
หมวดหมู่
นิยายโรมานซ์
แชร์
Facebook
Twitter
LINE
*เรื่องนี้นางเอกเป็นเมียน้อย ด้วยความไม่เต็มใจมีเฉลยในบทต่อ ๆ ไป ปล.นอ.ธงดำ เหล่าพอ.ธงดำนะคะ และนอ.มีผัว 7 คน เผื่อใครไม่ชอบแนวนี้
แสงไฟจากกระจกโต๊ะเครื่องแป้งสะท้อนใบหน้าที่เรียบเฉยของ เพ่ยเพ่ย แม้ในตอนที่สไตลิสต์ส่วนตัววิ่งหน้าตื่นเข้ามาพร้อมเสียงหอบระรัวราวกับโลกกำลังจะถล่ม
"คุณเพ่ยเพ่ยคะ! แย่แล้วค่ะ ชุดราตรีในตู้ถูกกรีดพังหมดเลยค่ะ!"
น้ำเสียงสั่นเครือของสไตลิสต์บอกเล่าถึงความพินาศที่เกิดขึ้นในห้องแต่งตัว สาเหตุไม่ต้องเดาให้เสียเวลา ข่าวเรื่องที่ ปราชญ์ เซ็นยกมรดกเกือบครึ่งหนึ่งให้เมียน้อยอย่างเธอมันคงไปเข้าหูเมียหลวงเข้าอย่างจัง ความโกรธแค้นจึงถูกระบายลงบนผ้าไหมราคาแพงพวกนั้น เพ่ยเพ่ยไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ความรู้สึกของเธอถูกความเจ็บช้ำกลั่นแกล้งจนกลายเป็นความด้านชาไปเสียแล้ว หญิงสาวลุกขึ้นเดินไปที่กองผ้าวิ่น ๆ บนพื้น สายตาเย็นชาไล่สำรวจซากอารยธรรมแห่งความริษยา จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่เดรสสีแดงเพลิงตัวหนึ่ง
เดิมทีมันเคยเป็นชุดราตรียาวลากพื้นขับเน้นความสง่า แต่บัดนี้กลับถูกของมีคมตัดสะบั้นจนสั้นกุด สั้นชนิดที่ว่าหากสวมใส่แล้วขยับกายแม้เพียงนิด แก้มก้นนุ่มนิ่มคงได้อวดสายตาคนทั้งงาน ส่วนบริเวณหน้าอกก็ถูกกรีดจนแหว่งวิ่น หากสวมลงไป เนื้อเนินอกขาวสล้างคงจะโผล่พ้นออกมาให้ใจสั่นเล่น ๆ แม้จะหมิ่นเหม่แต่ก็ยังปกปิดส่วนยอดปทุมถันไว้ได้ เพ่ยเพ่ยกระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ เธอก้มหยิบเดรสแดงตัวที่พังที่สุดขึ้นมาถือไว้
"คุณเพ่ย จะทำอะไรคะ ชุดนั้นมันใส่ไม่ได้แล้วนะคะ" ช่างแต่งหน้าอุทานเสียงหลง
เพ่ยเพ่ยไม่ตอบ เธอเพียงแต่ปรายตาขรึม ๆ มองชุดในมือ ก่อนจะหมุนตัวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ทิ้งให้สไตลิสต์และช่างแต่งหน้ายืนมองหน้ากันด้วยความงุนงงและหวาดหวั่น
ขณะเดียวกัน บรรยากาศภายในคฤหาสน์ธรรม์บดีคึกคักไปด้วยกลิ่นอายของอำนาจและควันบุหรี่ราคาแพง งานการกุศลบังหน้าที่จัดขึ้นอย่างหรูหรา แท้จริงแล้วคือกระดานหมากรุกระดับโลกที่เหล่ามาเฟียและผู้ทรงอิทธิพลจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมา เพื่อเจรจาข้อตกลงลับและแบ่งสรรปันส่วนผลประโยชน์มหาศาล ท่ามกลางความหรูหรานั้น เสียงฮือฮาดังขึ้นระลอกหนึ่งเมื่อแขกผู้มีเกียรติกลุ่มสำคัญปรากฏตัว
ไซม่อน เหมวรกรณ์ ก้าวเข้ามาในโถงงานด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมไปด้วยบารมี แม้เส้นผมจะเปลี่ยนเป็นสีเทาตามวัย แต่ใบหน้ายังคงเค้าความหล่อเหลาคมคายไม่เสื่อมคลาย บารมีที่สั่งสมมาตั้งแต่รุ่นทวดทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ใครก็ไม่กล้าสบตาโดยตรง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของสาว ๆ ลูกสาวมาเฟีย และเหล่านักธุรกิจสีเทามากที่สุด กลับเป็นชายหนุ่มทั้ง 7 คนที่เดินตามหลังผู้เป็นพ่อมาติด ๆ
7 สิงห์แห่งเหมวรกรณ์ เหล่าทายาททั้งเจ็ดปรากฏตัวในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบ แต่ละคนมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันจนสะกดสายตาคนทั้งงาน เสือ และ สิงห์ เดินนำมาด้วยความสุขุมเยือกเย็นในฐานะพี่ใหญ่และพี่รอง กระทิง และ ช้าง ดูดุดันและแข็งแกร่งราวกับกำแพงหินที่ไม่มีวันพังทลาย ฉลาม โปรยยิ้มที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวชวนให้ค้นหา ฟินิกซ์ ดูสง่างามและเย่อหยิ่งในแบบฉบับของหมอมาเฟีย จากัวร์ น้องเล็กที่แม้จะดูอ่อนวัยกว่าพี่ ๆ แต่แววตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ใคร
สาวน้อยสาวใหญ่ไม่ได้มองแค่ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรสรรค์สร้าง แต่พวกเธอกำลังมองไปที่อำนาจในมือของชายหนุ่มเหล่านั้น หากใครได้ครอบครองหนึ่งในเจ็ดคนนี้ นั่นหมายถึงทางลัดสู่การขยายอาณาจักรธุรกิจสีเทาให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดภายใต้ร่มเงาของตระกูลเหมวรกรณ์
บนโต๊ะอาหารวีไอพี บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอมของ ปราชญ์ ธรรม์บดี เขานั่งเคียงข้างภรรยาหลวงอย่าง นิรดา ธรรม์บดี ที่เชิดหน้าชูตาอย่างสง่างาม โดยมีตระกูลเหมวรกรณ์นั่งร่วมโต๊ะในฐานะแขกคนสำคัญ ไซม่อนกวาดสายตามองภาพวาดแนวแอ็บสแตรกต์ที่ตั้งโชว์เด่นอยู่บนเวทีประมูล ก่อนจะหันมาเอ่ยชมภรรยาของปราชญ์ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามมารยาทผู้ดีเก่า
"ฝีมือการวาดภาพของคุณหญิง ยังทรงพลังไม่เปลี่ยนเลยนะครับ ผมเชื่อว่ายอดประมูลคืนนี้ต้องสร้างสถิติใหม่แน่นอน"
"นอกจากพลังในภาพวาด ผมยังเห็นถึงความอดทนและความประณีตที่ซ่อนอยู่ข้างใน สมกับที่เป็นยอดหญิงคู่บุญของท่านปราชญ์จริง ๆ ครับ"
เสือพี่ชายคนโตของทายาทรุ่นที่ห้า ที่นั่งนิ่งขรึมอยู่ข้างบิดา เสริมขึ้นด้วยวาทศิลป์ที่เฉียบคม คำพูดของพี่ใหญ่ทำให้คุณหญิงนิรดายิ้มรับด้วยความภาคภูมิใจ ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่นอยู่นั้น กับถูกทำลายโดยใครบางคน
"แล้วนี่! เมียน้อยสุดที่รักของคุณอาปราชญ์หายไปไหนครับ"
เสียงทุ้มห้าวของฉลามแทรกขึ้นมากลางวงล้อมแบบขวานผ่าซาก ชายหนุ่มผู้มีรอยสักลามขึ้นมาถึงลำคอและหลังมือขยับยิ้มกวนประสาท พลางยกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบอย่างไม่ทุกข์ร้อน ไม่สนสายตาคนทั้งโต๊ะที่พากันชะงัก
"ฉลาม!" สิงห์ตวัดสายตาดุใส่น้องชายคนที่ห้าทันที กลิ่นอายความโกรธจาง ๆ แผ่ออกมาจากตัวพี่รอง ที่มองว่าคำพูดนี้เป็นการเสียมารยาทต่อหน้าภรรยาหลวง
แต่ฉลามกลับไหวไหล่เบา ๆ แววตาเจ้าเล่ห์ของเขาไม่ได้ดูสำนึกผิดแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าประโยคเมื่อครู่ มันไปสะกิดแผลใจของเมียหลวงเข้าอย่างจัง และที่สำคัญเขากำลังรอดูการปรากฏตัวของใครบางคนอยู่
"ไอ้หลาม! ระวังปากหน่อย" ไซม่อนเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน
ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องเขม็งไปที่ลูกชายคนที่ห้า ที่มีรอยสักลามขึ้นมาถึงลำคอจนดูขัดกับชุดสูทสากลสีเข้ม ฉลามเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างไม่ทุกข์ร้อน เขาเอนหลังพิงเก้าอี้หนังราคาแพง พลางควงแก้วร็อคในมือให้ก้อนน้ำแข็งกระทบขอบแก้ว
"ผมก็แค่ถามเอง เห็นว่าวันนี้งานใหญ่ แต่แปลกทำไมเมียน้อยของคุณอาปราชญ์หายไป"
ปราชญ์นั่งนิ่ง ใบหน้าสุขุมนั้นเดาอารมณ์ไม่ได้ แต่ดวงตาที่จ้องมองฉลามกลับแฝงไปด้วยความเย็นชา ขณะที่ภรรยาหลวงข้างกายกำมือแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ เธอพยายามรักษามาดนางพญาไว้ แม้ในใจอยากจะลุกขึ้นมาตบปากไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนนี้
"เพ่ยเพ่ยคงกำลังเตรียมตัว ผู้หญิงน่ะ ยิ่งสวยก็ยิ่งต้องใช้เวลาขัดเกลานานเป็นธรรมดา" ปราชญ์เอ่ยแก้สถานการณ์ด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก ทว่ายังไม่ทันที่บทสนทนาจะดำเนินต่อ
ตึก! ตัก! ตึก! ตัก!
เสียงส้นเข็มกระทบพื้นหินอ่อนดังกังวานมาจากโถงทางเดินด้านหลัง แสงไฟในงานดูเหมือนจะสว่างวาบขึ้นมาทันตา เมื่อใครบางคนปรากฏกาย แขกเหรื่อทั้งงานจดจ้องร่างระหงในชุดสีแดงเพลิงที่ก้าวเดินผ่านกลุ่มมาเฟียระดับโลกราวกับนางพญาที่หลุดออกมาจากนรก
ชุดที่ถูกกรีดจนวิ่นแหว่งกลับกลายเป็นงานศิลปะบนเรือนร่างขาวนวล ทุกจังหวะการก้าวเดินที่ชายกระโปรงร่นขึ้นจนเห็นเรียวขาและแก้มก้นรำไรนั้น สะกดใจชายหนุ่มทั้ง 7 แห่งเหมวรกรณ์จนแทบจะหยุดหายใจ
เพ่ยเพ่ยไม่ได้หยุดทักทายใคร เธอเพียงแค่ปรายตามองฉลาม ที่ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ และสบตากับเสือ ที่จ้องมองมาด้วยความเคร่งขรึม ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปคว้าแก้วไวน์แดงจากถาดของพนักงานเสิร์ฟที่ยืนตะลึงอยู่ข้างโต๊ะ 7 หนุ่มขึ้นมาถือไว้ ร่างบางเดินนวยนาดขึ้นไปบนเวทีประมูล ท่ามกลางเสียงซุบซิบ เธอหยุดยืนอยู่หน้าภาพวาดแนวแอ็บสแตรกต์ที่ภรรยาหลวงภาคภูมิใจนักหนา
ซ่า!
ไวน์แดงรสเลิศถูกสาดเข้าใส่กึ่งกลางภาพวาดราคาแพง ของเหลวสีเข้มไหลซึมลงบนผืนผ้าใบ แทรกลึกลงไปในฝีแปรงที่คุณหญิงนิรดาเพิ่งจะโอ้อวดไปเมื่อครู่ สร้างความตกใจให้แก่แขกเหรื่อจนเกิดเสียงอุทานดังลั่นไปทั้งโถงคฤหาสน์ ภรรยาหลวงถึงกับลุกพรวดขึ้น หน้าถอดสีด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่น
"อีเพ่ยเพ่ย! แกทำบ้าอะไรของแก!"
หญิงสาวไม่แม้แต่จะสะทกสะท้าน เธอหมุนแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าในมือเล่น พลางปรายตามองลงมาที่โต๊ะวีไอพี สบตาเข้ากับปราชญ์ที่นั่งหน้านิ่ง แต่ดวงตาวาวโรจน์ และมองผ่านไปทาง 7 พี่น้องเหมวรกรณ์ ที่แต่ละคนมีปฏิกิริยาต่างกันออกไป เสือขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ฉลามถึงกับหลุดขำออกมาเบา ๆ อย่างถูกใจในความบ้าบิ่น จากัวร์น้องเล็กมองภาพตรงหน้าด้วยความทึ่ง
"อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ พอดีเพ่ยเห็นว่าภาพมันหม่นไปหน่อย เลยอยากเติมสีสันให้" เพ่ยเพ่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ดวงตากลับท้าทาย เธอยกยิ้มมุมปาก พลางทิ้งแก้วไวน์ลงบนพื้นจนแตกกระจาย ต่อหน้าต่อตาคนทั้งงาน เป็นการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการกลางงานการกุศล
เพลิงโทสะของปราชญ์ลุกโชนจนปิดไม่มิด เขาเดินขึ้นไปบนเวที ก่อนเสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าเนียนละเอียดจะดังก้องทั่วทั้งโถงคฤหาสน์ จนแขกเหรื่อพากันสะดุ้งโหยง ใบหน้าของเพ่ยเพ่ยหันไปตามแรงตบจนเส้นผมกระจาย มุมปากที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย แต่น่าแปลก แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว
"ออกไปจากงานเดี๋ยวนี้! อย่าให้ฉันเห็นหน้าเธออีก!" ปราชญ์ตวาดก้อง ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจัดและอับอายต่อสายตาเหล่ามาเฟียคู่ค้า
เพ่ยเพ่ยค่อย ๆ หันหน้ากลับมา เธอใช้นิ้วโป้งปาดเลือดที่มุมปากอย่างเชื่องช้า ก่อนจะถอนสายบัวย่อตัวลงอย่างอ่อนช้อยงดงามราวกับนางเอกละครเวทีที่กำลังจบการแสดง
"น้อมรับคำบัญชาค่ะท่าน!"
น้ำเสียงประชดประชันที่แฝงความสะใจทำเอาปราชญ์แทบกระอักเลือด เธอหมุนตัวเดินนวยนาดออกไปจากงานท่ามกลางสายตาเวทนาและงุนงงของแขกเหรื่อ ชุดเดรสสีแดงที่ขาดวิ่น ยังคงทำหน้าที่ส่งเสริมความเซ็กซี่ที่ดูอันตรายของเธอจนหยดสุดท้าย
โรมานซ์
ประเภทไฟล์
pdf, epub
(สารบัญ)
วันที่วางขาย
05 เมษายน 2569
ความยาว
225 หน้า (≈ 40,754 คำ)
ราคาปก
139 บาท (ประหยัด 28%)
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
คุณสามารถ
เข้าสู่ระบบ
เพื่อแสดงความคิดเห็นได้จ้า
รีวิวทั้งหมด