Icon Close

ถาม-ตอบ เจาะลึกประเด็นสำคัญของ   ระเบียบและประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ   จำนวน   600  ข้อ    จัดทำโดย พ.ต.อ.   นรพนธ์    อุสาใจ

ถาม-ตอบ เจาะลึกประเด็นสำคัญของ   ระเบียบและประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ    จำนวน   600  ข้อ    จัดทำโดย พ.ต.อ.   นรพนธ์    อุสาใจ
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
No Rating
ประเภทไฟล์
pdf
วันที่วางขาย
07 เมษายน 2569
ความยาว
86 หน้า
ราคาปก
149 บาท
ถาม-ตอบ เจาะลึกประเด็นสำคัญของ   ระเบียบและประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ   จำนวน   600  ข้อ    จัดทำโดย พ.ต.อ.   นรพนธ์    อุสาใจ
ถาม-ตอบ เจาะลึกประเด็นสำคัญของ   ระเบียบและประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ    จำนวน   600  ข้อ    จัดทำโดย พ.ต.อ.   นรพนธ์    อุสาใจ
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
No Rating
ระเบียบและประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา สามารถสรุปสาระสำคัญในประเด็นต่าง ๆ ได้ดังนี้
1. การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด (พ.ศ. 2563)
เจ้าพนักงานของรัฐมีข้อกำหนดในการรับทรัพย์สินโดยธรรมจรรยา (การรับในโอกาสเทศกาล วันสำคัญ หรือตามมารยาทสังคม) ดังนี้:
• เกณฑ์มูลค่า: หากรับจากบุคคล มิใช่ญาติ ต้องมีมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคนในแต่ละโอกาส
• การรับจากญาติ: สามารถรับได้ตามปกติ (ญาติ หมายถึง พี่น้องร่วมบิดามารดา/ร่วมบิดาหรือมารดา, ลุง ป้า น้า อา, คู่สมรส, บุพการี/ผู้สืบสันดานของคู่สมรส, บุตรบุญธรรม/ผู้รับบุตรบุญธรรม)

• กรณีจำเป็นต้องรับ: หากมีมูลค่าเกินเกณฑ์แต่จำเป็นต้องรับเพื่อรักษาไมตรี ต้องแจ้งหัวหน้าหน่วยงานภายใน 30 วัน เพื่อวินิจฉัย หากผลวินิจฉัยว่าไม่ควรรับ ต้องคืนทรัพย์สินทันที หากคืนไม่ได้ให้ส่งมอบเป็นสิทธิของหน่วยงาน

• บทลงโทษ: ฝ่าฝืนมาตรา 128 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ประมวลจริยธรรมเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. (พ.ศ. 2563)
กำหนดกรอบการปฏิบัติหน้าที่และดำรงตนของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. (เลขาธิการ, ข้าราชการ, พนักงานราชการ, ลูกจ้าง และที่ปรึกษา) :
• จริยธรรมหลัก: ต้องยึดมั่นในสถาบันหลัก, สุจริต เที่ยงธรรม, คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม, และมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
• การดำรงตน: ห้ามรับทรัพย์สินเกินเกณฑ์ที่กำหนด (รวมถึงดูแลมิให้คนในครอบครัวรับด้วย), ไม่ให้ญาติพี่น้องก้าวก่ายหน้าที่, และระวังการคบหาสมาคมกับผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องร้องเรียน
• การปฏิบัติหน้าที่: ต้องรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ปราศจากอคติ, รักษาความลับราชการ, และไม่กระทำการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม
3. การคุ้มครองช่วยเหลือพยานและการกันบุคคลเป็นพยาน
• การกันบุคคลเป็นพยาน: คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจกันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาไว้เป็นพยานโดย ไม่ดำเนินคดีอาญาหรือทางวินัย หากบุคคลนั้นให้ถ้อยคำหรือข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญจนสามารถวินิจฉัยชี้มูลความผิดตัวการสำคัญรายอื่นได้

• มาตรการคุ้มครองความปลอดภัย: สามารถร้องขอได้หากเชื่อว่าจะได้รับอันตราย มีทั้ง มาตรการทั่วไป (เช่น จัดเจ้าหน้าที่คุ้มครองที่พัก, ปกปิดชื่อ-ที่อยู่) และ มาตรการพิเศษ (ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา)
• การสิ้นสุดการคุ้มครอง: หากพยานถึงแก่ความตาย, ร้องขอให้ยุติ, หรือพยานไม่ไปเบิกความ/เบิกความไม่เป็นประโยชน์/เป็นปฏิปักษ์
4. การดำเนินคดีและการช่วยเหลือในทางคดี (พ.ศ. 2563)
• การฟ้องคดี: กรณี ป.ป.ช. ฟ้องเอง (เช่น อัยการสูงสุดเห็นว่าสำนวนไม่สมบูรณ์และหาข้อยุติไม่ได้) จะแต่งตั้ง "ผู้ว่าคดี" จากพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินคดีแทน

• การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่: ป.ป.ช. จะช่วยเหลือทางคดีแก่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ที่ถูกฟ้อง (แพ่ง/อาญา/ปกครอง) เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยรวมถึงค่าทนายความและค่าฤชาธรรมเนียม รวมถึงการออกหนังสือรับรองเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว)
5. นิยามคู่สมรส (ไม่จดทะเบียน) (พ.ศ. 2561)
บุคคลที่อยู่กินกันฉันสามีภริยาโดย มิได้จดทะเบียนสมรส ให้ถือเป็น "คู่สมรส" ตามกฎหมาย ป.ป.ช. หากเข้าเงื่อนไข:

1. มีพิธีมงคลสมรสหรือพิธีตามประเพณีโดยมีบุคคลอื่นรับทราบ
2. แสดงให้ปรากฏหรือมีพฤติการณ์ที่สังคมรับรู้ว่ามีสถานะเป็นสามีภริยากัน
3. รวมถึงกรณีจดทะเบียนหย่าแล้ว แต่ยังมีพฤติการณ์รับรู้ในสังคมว่ายังอยู่กินด้วยกัน
ประเภทไฟล์
pdf
วันที่วางขาย
07 เมษายน 2569
ความยาว
86 หน้า
ราคาปก
149 บาท
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
คุณสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็นได้จ้า