Icon Close

ถาม-ตอบ กฎหมายลักษณะพยาน และ หลักกฎหมายพยานหลักฐานคดีอาญา จำนวน 1000 ข้อ

ถาม-ตอบ กฎหมายลักษณะพยาน และ หลักกฎหมายพยานหลักฐานคดีอาญา   จำนวน  1000 ข้อ
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
No Rating
ประเภทไฟล์
pdf
วันที่วางขาย
07 เมษายน 2569
ความยาว
62 หน้า
ราคาปก
149 บาท
ถาม-ตอบ กฎหมายลักษณะพยาน และ หลักกฎหมายพยานหลักฐานคดีอาญา จำนวน 1000 ข้อ
ถาม-ตอบ กฎหมายลักษณะพยาน และ หลักกฎหมายพยานหลักฐานคดีอาญา   จำนวน  1000 ข้อ
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
No Rating
กฎหมายลักษณะพยาน และ หลักกฎหมายพยานหลักฐานคดีอาญา สามารถสรุปประเด็นสำคัญและโครงสร้างเนื้อหาได้ดังนี้:
1. โครงสร้างและลักษณะของกฎหมายพยานหลักฐาน
• นิยามและประเภท: พยานหลักฐาน (Evidence) คือสิ่งที่มีคุณค่าในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง (Probative Value) แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ พยานบุคคล, พยานเอกสาร, และ พยานวัตถุ รวมถึงพยานผู้เชี่ยวชาญ และพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์
• ระบบการพิจารณา: แบ่งเป็น 2 ระบบ คือ ระบบกล่าวหา (คู่ความมีหน้าที่พิสูจน์) และ ระบบไต่สวน (ศาลมีบทบาทหลักในการหาความจริง) โดยประเทศไทยใช้ทั้งสองระบบผสมผสานกัน
2. กรณีที่ไม่ต้องใช้พยานหลักฐาน (ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติ)
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 84 (ซึ่งใช้ในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 15) ข้อเท็จจริงบางอย่างศาลรับฟังได้โดยไม่ต้องนำสืบ ได้แก่:
1. ข้อเท็จจริงซึ่งรู้กันอยู่ทั่วไป: เช่น ภาษาไทย, เหตุการณ์ทางภูมิศาสตร์, จารีตประเพณีท้องถิ่น
2. ข้อเท็จจริงซึ่งไม่อาจโต้แย้งได้: เช่น ข้อสันนิษฐานเด็ดขาดของกฎหมาย หรือกฎหมายปิดปาก (ฟ้องซ้ำ)
3. ข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกันในศาล (Admission): การยอมรับในคำให้การ หรือการแถลงรับต่อศาล
3. ภาระการพิสูจน์ (Burden of Proof)
• หลักทั่วไป: "ผู้ใดกล่าวอ้าง ผู้นั้นมีภาระการพิสูจน์"
• คดีอาญา: โจทก์มีหน้าที่พิสูจน์ความผิดของจำเลยให้ปราศจากข้อสงสัยตามสมควร เนื่องจากจำเลยได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์
• ข้อยกเว้น: หากมีข้อสันนิษฐานตามกฎหมายเป็นคุณแก่ฝ่ายใด ฝ่ายนั้นมีหน้าที่พิสูจน์เพียงเงื่อนไขเบื้องต้นเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานนั้น
4. บทตัดพยานหลักฐาน (Exclusionary Rules)
เอกสารระบุถึงเกณฑ์การไม่รับฟังพยานหลักฐาน แบ่งเป็น 2 ลักษณะสำคัญ:
• บทตัดพยานเด็ดขาด: ห้ามรับฟังโดยสิ้นเชิง เช่น พยานที่เกิดขึ้นโดยไม่ชอบ (ขู่เข็ญ, จูงใจ), คำรับสารภาพในชั้นจับกุม, หรือโจทก์อ้างจำเลยเป็นพยาน
• บทตัดพยานไม่เด็ดขาด: ห้ามรับฟังเป็นหลักแต่อาจรับฟังได้ในบางเงื่อนไข เช่น:
• พยานบอกเล่า (Hearsay): ห้ามรับฟัง เว้นแต่มีความน่าเชื่อถือหรือมีเหตุจำเป็น

• พยานที่ได้มาโดยไม่ชอบ: พยานที่เกิดขึ้นโดยชอบแต่ได้มาไม่ชอบ ศาลอาจรับฟังหากเป็นประโยชน์ต่อความยุติธรรมมากกว่าผลเสีย

• ประวัติความประพฤติ: ห้ามนำมาสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดในคดีที่ฟ้อง
5. กระบวนการนำสืบและการชั่งน้ำหนักพยาน
• การยื่นบัญชีระบุพยาน: คู่ความต้องยื่นบัญชีระบุพยานตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นจะถูกตัดสิทธิในการนำสืบพยานนั้น
• การชั่งน้ำหนักพยาน: ศาลใช้ดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวง สำหรับพยานที่มีข้อบกพร่อง (เช่น พยานบอกเล่า, พยานซัดทอด) ศาลต้องใช้ความระมัดระวังและควรมีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน
สรุปความแตกต่างที่สำคัญ
• คดีแพ่ง: เน้นการกำหนดประเด็นข้อพิพาทและภาระการพิสูจน์ตามคำคู่ความ และอนุญาตให้มีการ "คำท้า" (ตกลงแพ้ชนะกันด้วยเงื่อนไขบางประการ)
• คดีอาญา: เน้นการพิสูจน์ความผิดโดยโจทก์ และมีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิจำเลยที่เข้มงวดกว่า เช่น บทตัดคำรับสารภาพในชั้นจับกุม และการจัดหาทนายความก่อนเริ่มสอบสวน
ประเภทไฟล์
pdf
วันที่วางขาย
07 เมษายน 2569
ความยาว
62 หน้า
ราคาปก
149 บาท
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
คุณสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็นได้จ้า