Icon Close

นางร้ายเช่นข้า ขอคืนวาสนาให้นางเอก

นางร้ายเช่นข้า ขอคืนวาสนาให้นางเอก
5.00
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
4 Rating
ประเภทไฟล์
pdf, epub
วันที่วางขาย
26 พฤษภาคม 2569
ความยาว
320 หน้า (≈ 36,692 คำ)
ราคาปก
200 บาท (ประหยัด 50%)
นางร้ายเช่นข้า ขอคืนวาสนาให้นางเอก
นางร้ายเช่นข้า ขอคืนวาสนาให้นางเอก
5.00
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
4 Rating
คำโปรย

จากสาวออฟฟิศผู้ถูกเอาเปรียบในที่ทำงานจนกระทั่งตาย แต่ไม่ได้ตายเพราะการทำงานหนัก หากกลับตายเพราะ ‘ลูกชิ้นติดคอ’ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งกลับพบว่าตัวเองทะลุมิติกลายเป็น ‘นางร้ายผู้ตกอับ’ ชีวิตแสนบัดซบ ทั้งจน ทั้งถูกคนหาเรื่อง ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาส นางจะไม่ยอมเล่นตามบทนางร้ายอีกต่อไป!




บรื้นนนน...

เวรเอ้ย! เมื่อไรฉันจะหมดเวรหมดกรรมสักทีเนี่ย

ท่ามกลางเสียงรถที่สันจรไปมาอยู่บนท้องถนน ‘พราวฟ้า’ หญิงสาววัยยี่สิบห้าปีได้แต่ยืนก่นด่าไอ้เฒ่าหัวล้านซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกอยู่ในใจ ขณะรอลูกชิ้นทอดอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อริมทางที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับออฟฟิศทำงาน

ความจริงตอนนี้เวลามันก็ล่วงเลยมาถึงห้าโมงเย็น ซึ่งมันควรจะเป็นเวลาที่เธอได้สแกนนิ้วกลับบ้านไปนอนตีพุงอ่านนิยายอย่างมีความสุขแล้ว แต่ไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมอะไร หัวหน้าแผนกถึงชอบโยนงานตัวเองมาให้เธออยู่เรื่อย

ทั้งที่งานปิดบัญชีในส่วนของเธอเสร็จไปตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้วด้วยซ้ำ!

"เฮ้อ..." พราวฟ้าถอนหายใจทิ้งเป็นรอบที่ร้อยของวัน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกผลักภาระมาให้ แต่มันบ่อยเสียจนเขาทำเป็นนิสัย ไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่ ทุกอย่างล้วนแต่เป็นเธอที่ต้องรับผิดชอบ

ในใจเธอตอนนี้มีบ่นว่าอยากลาออกไม่รู้กี่ร้อยกี่พันรอบ ไม่ว่าเธอจะถวายชีวิตทำงานให้บริษัทเท่าไร แต่เงินเดือนที่ได้กลับต่ำเตี้ยเรี่ยดินสวนทางกับงานที่ทำ

ถ้าถามว่าน้อยขนาดไหนน่ะเหรอ...

ก็น้อยขนาดเป็นเพียงแค่ฐานเงินเดือนขั้นต่ำของพนักงานธรรมดาน่ะสิ!

ตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอทุ่มเททำงานงก ๆ ราวกับบริษัทเป็นของตัวเอง แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับมีเพียงคำชมจอมปลอม

ส่วนเรื่องการปรับเงินเดือนน่ะเหรอ...

อย่าหวังเลย

หัวหน้าตัวดีกลับเป็นคนเดียวที่ได้หน้า มิหนำซ้ำยังได้เพิ่มเงินเดือนทุกปี ทั้งที่งานส่วนใหญ่ก็โยนมาให้ลูกน้องอย่างเธอเป็นคนแบกจนหลังขดหลังแข็ง ส่วนตัวเองแค่นั่งเซ็นชื่อสวย ๆ ในห้องแอร์ไปวัน ๆ

"ชาติที่แล้วฉันไปทำอะไรเวรทำกรรมอะไรให้นักหนานะ" พราวฟ้าพึมพำกับตัวเอง

ตามความเชื่อไทยที่มีมาอย่างยาวนาน ว่ากันว่าช่วงวัย ‘เบญจเพส’ อาจมีเคราะห์เกิดขึ้น เธอไม่เคยเชื่อสิ่งเหล่านี้เลย จนกระทั่งได้พบกับเหตุการณ์อันตรายเฉียดตายถึงชีวิตอยู่หลายครั้ง หลังจากอายุได้ย่างกรายเข้าสู่ช่วงยี่สิบห้าปีบริบูรณ์

เพียงแค่เดินออกจากคอนโดเพื่อจะไปทำงานก็เกือบโดนกระถางต้นไม้ที่ห้องด้านบนปลูกไว้ริมระเบียงตกลงมาใส่หัว วินาทีนั้นถ้าไม่ใช่เพราะเหรียญสิบบาทเจ้ากรรมดันร่วงหล่นแล้วกลิ้งหนีไปไกล จนเธอต้องวิ่งไปตามเก็บ ป่านนี้ชื่อของพราวฟ้าคงไปปรากฏอยู่ในข่าวหน้าหนึ่งไปแล้ว

แต่นี่กลับไม่ใช่แค่ครั้งแรก มันมีอีกครั้งตอนที่กำลังเดินอยู่บนฟุตบาท ตอนนั้นไม่รู้ว่าคนขับรถยนต์เมาหรือหลับใน ถึงเสียหลักแล้วพุ่งเข้ามาในจุดที่เธอเดินอยู่ ถ้าไม่ใช่คนแถวนั้นร้องตะโกนเตือน เธอคงได้ไปยมโลกแล้ว

จนตอนนี้เธออยากให้ปีนี้มันผ่านไปไว ๆ เรื่องบัดซบนี่จะได้หายไปสักที

"หนูพราวฟ้าเอ้ย! ลูกชิ้นทอดเสร็จแล้วลูก"

น้ำเสียงแหบแห้งที่แฝงไปด้วยความเอ็นดูของ ‘ป้านิด’ ปลุกพราวฟ้าให้ตื่นจากภวังค์ เธอรีบเปลี่ยนสีหน้าฉับพลันตอนเงยหน้าขึ้นขานรับเสียงหวาน "โอเคค่ะป้า ทั้งหมดเป็นสี่สิบห้าบาทนะคะ"

"ใช่แล้วจ้ะ ว่าแต่...วันนี้หนูก็ทำโอทีอีกแล้วเหรอเรา"

คำว่า ‘อีกแล้ว’ ของป้านิดแทงใจดำของพราวฟ้าเข้าอย่างจัง จนเธอแทบจะหลั่งน้ำตา เพราะมันคือเครื่องยืนยันชั้นดีว่าเธอไม่ได้ทำงานล่วงเวลาแค่ครั้งสองครั้ง แต่มันบ่อยเสียจนขนาดป้าขายลูกชิ้นทอดยังจำหน้าเธอได้

พราวฟ้าทำได้เพียงยิ้มแหย ยอมรับความจริงด้วยการพยักหน้าเบา ๆ "ใช่ค่ะป้า ช่วงนี้งานเยอะหน่อยน่ะค่ะ"

"โธ่หนูเอ๊ย ทำงานหักโหมแบบนี้เดี๋ยวก็หมดสวยกันพอดี อย่าลืมหาข้าวปลาดี ๆ กินบ้างนะลูก กินแต่ลูกชิ้นทอดแบบนี้เดี๋ยวสารอาหารไม่ครบจะเจ็บป่วยไปเสียก่อน"

จู่ ๆ ก้อนเนื้ออกข้างซ้ายก็อุ่นวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก น้ำเสียงของป้านิดไม่มีวี่แววของการตำหนิหรือสั่งสอนเลย มันคือความห่วงใยและปรารถนาดี ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอโหยหามาตลอด แต่กลับไม่เคยได้รับจากพ่อแม้แท้ ๆ เลยสักครั้ง

ตั้งแต่จำความได้ ชีวิตของเธอไม่เคยมีคำว่าสุขสบาย พ่อแม่แยกทางกัน ทำให้เธอต้องไปอาศัยอยู่กับยายที่ชราภาพ ฐานะทางบ้านก็ยากจน ลำพังเพียงเบี้ยยังชีพคนชราของยายแทบไม่พอประทังชีวิต เธอจึงต้องทำงานรับจ้างสารพัดอย่าง หาเงินส่งตัวเองเรียนมาตลอด จนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย แต่ในวันที่เธอควรได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ยายกลับจากไปอย่างสงบ

ในขณะที่เด็กวัยเดียวกันวิ่งเล่นสนุกสนาน เธอกลับต้องดิ้นรนมากกว่าคนอื่นหลายเท่าตัว...

ชีวิตของเธอกว่าจะหลุดพ้นจากวังวนแห่งความยากจนมาได้ ต้องสูญเสียสุขภาพจิตไปมากเท่าไร ช่วงชีวิตที่สนุกที่สุดของชีวิตก็ไม่เคยได้ใช้

เพราะงั้นจากเด็กที่ดิ้นรนอย่างหนักเพื่อเอาชีวิตรอดมาคนเดียวโดยตลอด พอได้ยินคำพูดที่แสนเป็นห่วงเป็นใยนี้เข้า จึงรู้สึกอบอุ่นหัวใจเป็นธรรมดา

"ขอบคุณมากเลยค่ะ หนูซื้อขนมปังกับผักสลัดไว้ด้วยแล้ว เดี๋ยวจะทานให้อร่อยนะคะ"

...

พราวฟ้าหอบเสบียงอาหารเต็มไม้เต็มมือเข้าออฟฟิศ เรียกได้ว่าทั้งของกินเล่นและคาเฟอีนจัดเต็ม พร้อมรบกับงานเต็มที่!

เธอเลื่อนแป้นพิมพ์กับเมาส์ไปด้านข้าง แล้ววางอาหารทั้งหมดไว้บนโต๊ะทำงาน ก่อนจะนั่งจ้ำปุกลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง แต่พอเห็นกองเอกสารที่ต้องเคลียร์ให้เสร็จทันคืนนี้ พราวฟ้าก็อดไม่ได้ที่จะดูดชาไทยไปพลางก่นด่าไปพลาง

"ไอ้เฒ่าหัวงู ถ้าไม่ติดว่าฉันยังหางานอื่นไม่ได้นะ อย่าหวังว่าฉันจะยอมเป็นขี้ข้าแบบนี้ไปตลอด!"

เพราะในห้องไม่มีพนักงานเหลืออยู่สักคน พราวฟ้าเลยกล้าด่าออกรสออกชาติ มันน่าเจ็บใจที่เธอต้องเสียสละเวลาอันมีค่าที่จะปรนเปรอความสุขให้ตัวเองต้องมาทุ่มให้กับงานที่ไม่ใช่งานของตัวเธอที่ต้องรับผิดชอบ

"เฮ้อ... หาอ่านนิยายคลายเครียดดีกว่า" พราวฟ้าไม่สนแล้วว่าใครจะมาเห็นเธอแอบอู้งาน เธอยื่นมือเรียวไปหยิบนิยายเล่มโปรดในกระเป๋าที่เคยอ่านจบไปแล้วรอบหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่านซ้ำเพื่อคลายความเครียดที่สะสมมาทั้งวัน

‘เพียงหนึ่งในดวงใจ’ คือนิยายรักจีนโบราณน้ำเน่าขึ้นหิ้งที่ว่าด้วยความรักอันยุ่งเหยิงของสี่ตัวละครหลัก พระเอก นางเอก และสองตัวร้ายที่โชคชะตาเล่นตลก

จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมทั้งหมดมาจาก ‘โอวหยางฉางอัน’ นางร้ายของเรื่องที่มอบหัวใจให้พระเอกทั้งดวง เพียงเพราะคำว่า ‘รักแรก’ และ ‘ความผูกพัน’ ที่เติบโตมาด้วยกัน

ทว่าในสายตาของ ‘เซี่ยสวีหาน’ นางกลับเป็นเพียง ‘ตัวภาระ’ และ ‘ตัวปัญหา’ ที่คอยขัดขวางเส้นทางรักระหว่างเขากับ ‘โม่เหลียน’ นางเอกผู้แสนดีและสง่างามของเรื่อง

ในฐานะคนอ่าน พราวฟ้าอดไม่ได้ที่จะเห็นใจโอวหยางฉางอัน การที่ใครสักคนเดินเข้ามาทีหลังแล้วช่วงชิงทุกอย่างไป มันก็เป็นธรรมดาที่คนมาก่อนจะหึงหวงและรู้สึกไม่พอใจเป็นธรรมดา

แต่สิ่งที่ทำให้พราวฟ้าหลุดขำทุกครั้ง คือแผนการกำจัดศัตรูหัวใจแบบสิ้นคิดของแม่นางร้ายคนนี้

โอวหยางฉางอันพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะฉีกหน้ากากแม่ดอกบัวขาวให้โลกได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นการแกล้งสะดุดขาตัวเองเพื่อสาดน้ำชาร้อนใส่ จุดประสงค์ก็เพื่อให้อีกฝ่ายด่ากราดกลับมา แต่สกิลอย่างนางเอกมีหรือจะไม่รู้ทัน

ก่อนที่ถาดกาน้ำชาจะมาถึงตัว นางก็ยื่นมืออกไปปัดมันย้อนกลับไปที่เดิน จนสุดท้ายคนที่โดนน้ำร้อนลวกก็เป็นตัวของโอวหยางฉางอันเอง

หรืออีกครั้งตอนล่าสุดที่โอวหยางฉางอันเดินไปประชิดตัวโม่เหลียนเพื่อจะผลักอีกฝ่ายให้ตกน้ำ แต่ด้วยไหวพริบอันฉับไว โม่เหลียนเบี่ยงกายหลบได้อย่างสบาย มิหนำซ้ำยังใช้เท้าเปื้อนโคลนถีบหลังของโองหยางฉางอันเข้าอย่างจังจนนางไถลตกแม่น้ำไปเสียเอง

หลังจากนั้นนางยิ่งกลั่นแกล้งนางเอกมากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายก็โดนเซี่ยสวีหานเกลียดจนเข้าไส้ มิหนำซ้ำนางยังถูกใส่ร้ายในข้อหาหนักจนโดนตัวร้ายฝั่งชายผู้แสนโหดเหี้ยมที่ชอบโม่เหลียนอย่าง ‘เว่ยจิ่งหนาน’ ฆ่าตายอย่างอเนจอนาถ

พราวฟ้าจิ้มลูกชิ้นเข้าปากขณะบ่นอย่างอดสูกับตัวร้าย "จุ๊ ๆ นอกจากจะเป็นนางร้ายที่โง่จนกู้ไม่กลับแล้ว ยังซื่อบื้อจนสู้เล่ห์เหลี่ยมแม่นางดอกบัวขาวไม่ได้สักนิด สมแล้วที่ได้ฉายาว่าโง่ไร้ปัญ...อ๊อก! ค่อก! ค่อก!"

ตุบ!

แม่งเอ๊ย!

พราวฟ้าตกเก้าอี้ล้มฟุบไปนอนกองกับพื้น จังหวะที่เธอกำลังบ่นกระปอดกระแปดอยู่นั้น ใครจะไปคิดว่าลูกชิ้นเจ้ากรรมจะพุ่งพรวดลงไปค้างอยู่ในหลอดลมอาหาร

ดูเหมือนว่าคนที่โง่กว่าตัวร้ายในนิยายจะไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นตัวของเธอเอง!

"แค่ก ๆ" พราวฟ้าพยายามไอออกมาอย่างหนักหน่วงหวังจะให้อาหารที่ติดอยู่ด้านในหลุดออกมา แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล เธอเลยเปลี่ยนวิธีเป็นกดที่ใต้ลิ้นปี่ แต่แรงกลับไม่เพียงพอที่จะดันเศษลูกชิ้นออกมาได้

อึก หายใจไม่ออก...

นี่ฉันจะมาตายเพราะเรื่องบัดซบนี่เหรอ...

ดวงตาของพราวฟ้าเริ่มเหลือกโพลง ภาพสุดท้ายที่เห็นคือหนังสือนิยายที่อาบย้อมไปด้วยน้ำจิ้มรสเด็ดที่ตกลงมาที่พื้นด้วยกัน ก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลงในวินาทีถัดมา...
ประเภทไฟล์
pdf, epub
วันที่วางขาย
26 พฤษภาคม 2569
ความยาว
320 หน้า (≈ 36,692 คำ)
ราคาปก
200 บาท (ประหยัด 50%)
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
คุณสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็นได้จ้า