Icon Close
Book Bage B

ชายาที่ถูกทิ้งร้างของอ๋องทมิฬ เล่ม 1

ชายาที่ถูกทิ้งร้างของอ๋องทมิฬ เล่ม 1
สำนักพิมพ์AT NOVEL
5.00
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
29 Rating
ประเภทไฟล์
pdf, epub
วันที่วางขาย
25 มิถุนายน 2569
ความยาว
465 หน้า (≈ 80,836 คำ)
ราคาปก
249 บาท
Book Bage B
ชายาที่ถูกทิ้งร้างของอ๋องทมิฬ เล่ม 1
ชายาที่ถูกทิ้งร้างของอ๋องทมิฬ เล่ม 1
5.00
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
29 Rating
จากโอเมก้าไร้ค่า หนีตายจนทะลุผ่านมิติมา กลับถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนอื่น ซ้ำยังถูกส่งไปเป็นเครื่องสังเวยการแต่งงานเพื่อการเมือง ซ้ำร้ายกว่านั้นคือถูกเจ้าบ่าวทิ้งกลางพิธี
2 เล่ม ***จบ*** เล่ม 2 ออก ภายใน 7 วัน

ตัวอย่าง....
หลินเยว่ถูกพาตัวมายืนอยู่ตรงกลางลานพิธี เขาได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของคนจำนวนมาก เสียงกระซิบของขันทีจากวังหลวง เสียงพลิกกระดาษของเจ้าหน้าที่กรมพิธีการ เสียงกระแอมของพ่อบ้านจวนอ๋อง
ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้น เสียงฝีเท้าหนึ่งดังขึ้นจากระเบียงด้านนอก ทุกจังหวะก้องสะท้อน บีบให้บรรยากาศรอบด้านเย็นเยียบราวสั่นลึกถึงกระดูก
เพียงแค่เจ้าของฝีเท้านั้นก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา เสียงทุกเสียงในโถงใหญ่ก็ถูกตัดขาดลงในฉับพลัน เหมือนมีใครนำมีดมาบั่นคอทุกคนพร้อมกัน
เซียวจิ่งเหยียนเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางโถงในชุดพิธีการสีแดงเข้ม ร่างของบุรุษผู้นี้สูงเกือบแปดฉื่อ ไหล่กว้างผึ่งผาย เอวสอบแน่นอยู่ใต้สายคาดหยกดำ ช่วงขายาวก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็พาเงาร่างสูงใหญ่เข้ามากดทับกลางพิธี ชายอาภรณ์ฮั่นฝูสีแดงเข้มปักลายเมฆามังกรด้วยดิ้นทองเส้นเล็กสะบัดตามแรงเดิน ทว่าไม่มีผู้ใดรู้สึกถึงความเป็นเจ้าบ่าวเลยแม้แต่น้อย เขาดูเหมือนแม่ทัพมารที่เพิ่งก้าวข้ามกองซากศพลงมาจากสนามรบมากกว่า
เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบตึงรัดด้วยกวานหยกดำ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับถูกสลักเสลาด้วยมีดน้ำแข็ง คิ้วกระบี่พาดเฉียงเหนือขอบตา นัยน์ตาสีดำลึกไร้ก้นบึ้งปราศจากความรู้สึกใด ๆ สันจมูกโด่งรับกับริมฝีปากบางที่เม้มสนิทเป็นเส้นตรง
ความดุดันและอำมหิตในตัวเขาไม่จำเป็นต้องแสดงออกผ่านคำพูดหรือท่าทาง เพียงแค่เขายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ผู้คนรอบด้านก็รู้สึกเหมือนมีคมดาบพาดจ่ออยู่ที่ลำคอ บังคับให้ต้องก้มศีรษะลงต่ำโดยสัญชาตญาณ
เขาไม่ได้ปรายตามองหลินเยว่เลยแม้แต่นิดเดียว
สายตาของเซียวจิ่งเหยียนตวัดไปหยุดอยู่ที่ม้วนราชโองการสีเหลืองทองที่วางตั้งเด่นอยู่บนโต๊ะพิธีการ ดวงตาคู่นั้นเย็นเยียบลงอีกหลายส่วน จนขันทีจากวังหลวงที่ยืนถือแส้ขนหางม้าอยู่ข้าง ๆ ต้องเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว
เซี่ยหว่านอีที่ดื้อดึงตามขบวนมาส่งพี่ชาย ยืนหลบมุมอยู่บริเวณท้ายโถง เมื่อดวงตาของนางปะทะเข้ากับร่างของเซียวจิ่งเหยียน ลมหายใจของนางก็พลันสะดุด
ก่อนหน้านี้ นางเคยได้ยินแต่ข่าวลือที่ว่าจิ้งอ๋องเป็นอสูรกายกระหายเลือด เป็นปีศาจร้ายที่เคี้ยวเนื้อคนแทนข้าว ทว่าไม่มีผู้ใดเคยบอกนางเลยว่า บุรุษที่โหดเหี้ยมผู้นี้ จะมีรูปโฉมงดงามและแผ่กลิ่นอายความเป็นราชันย์ชวนให้ผู้คนลุ่มหลงถึงเพียงนี้ เขาไม่เหมือนคุณชายหน้าขาวในเมืองหลวง ไม่เหมือนบัณฑิตผู้อ่อนแอ ไม่เหมือนชายใดที่นางเคยพบเจอมาทั้งชีวิต
หัวใจของเซี่ยหว่านอีกระตุกเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง นางเผลอตวัดสายตามองไปยังเจ้าสาวที่ยืนนิ่งอยู่ใต้ผ้าคลุมสีแดง แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความริษยา
คนชั้นต่ำเช่นเซี่ยหลันโจว มีสิทธิ์อันใดได้ยืนเคียงข้างบุรุษผู้นี้!
"ระ..ฤกษ์..ฤกษ์มงคลมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เสียงของเจ้าหน้าที่กรมพิธีการดังขึ้นอย่างตะกุกตะกัก ฝ่าความเงียบ "ขอเชิญท่านอ๋องและพระชายา ไหว้ฟ้าดิน"
หลินเยว่ได้ยินเสียงขยับตัวแผ่วเบาจากคนข้างกาย แม้จะมีผ้าคลุมหน้าบดบัง แต่เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าเซียวจิ่งเหยียนยืนรักษาระยะห่างจากเขามาก ห่างไกลเกินกว่าจะเป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่กำลังจะผูกชะตาร่วมกัน ห่างเหินคล้ายคนแปลกหน้าสองคนที่ถูกมีดจ่อคอให้มายืนร่วมลานเดียวกัน
"หนึ่ง คำนับฟ้าดิน!" ขันทีร้องประกาศ
หลินเยว่ค่อย ๆ ย่อเข่าลงตามแรงประคองของเสี่ยวถัง โค้งศีรษะลงตามธรรมเนียม
ส่วนเซียวจิ่งเหยียนเพียงแค่ค้อมศีรษะลงเล็กน้อย
จนแทบยากจะเรียกว่าเป็นการคำนับ ทว่ากลับไม่มีผู้ใดในห้องโถงกล้าเปิดปากทักท้วง
เจ้าหน้าที่กรมพิธีการยกแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อเย็นชาที่ผุดพรายเต็มหน้าผาก ก่อนจะฝืนเปล่งเสียงประกาศต่อ "สอง คำนับบิดา"
"รายงาน!"
ยังไม่ทันที่คำประกาศจะจบประโยค เสียงตะโกนรายงานด้วยความเร่งด่วนก็ดังก้องมาจากหน้าประตูจวน
ทหารนายหนึ่งในชุดเกราะที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นโคลนพุ่งพรวดเข้ามาในห้องโถง เขาทรุดตัวลงคุกเข่ากระแทกพื้นอย่างแรง สองมือชูม้วนสารที่ปิดผนึกด้วยสีแดงเข้มขึ้นเหนือศีรษะ
"ท่านอ๋อง! สารด่วนพิเศษจากชายแดนเหนือพ่ะย่ะค่ะ! กองทัพเป่ยหรงฉวยโอกาสบุกทะลวงผ่านด่านเฮยสุ่ย แม่ทัพหลัวถูกซุ่มโจมตีจนบาดเจ็บสาหัส ทัพหน้ากำลังแตกพ่าย ขอให้ท่านอ๋องนำทัพใหญ่ขึ้นเหนือไปหนุนช่วยโดยด่วนพ่ะย่ะค่ะ!"
บรรยากาศภายในห้องโถงพลิกตลบในพริบตา ข่าวศึกนี้เดินทางมาถึงได้ประจวบเหมาะเกินไป ถูกจังหวะเวลาเสียจนราวกับมีใครบางคนจัดฉากเตรียมการไว้ล่วงหน้า
เซียวจิ่งเหยียนยื่นมือไปรับม้วนสารมาเปิดอ่านด้วยมือเดียว สีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแม้แต่น้อย ทว่าแรงกดดันที่แผ่พุ่งออกจากร่างกลับเย็นเยียบและหนักหน่วงขึ้นจนแทบทำให้อากาศหยุดนิ่ง
ขันทีจากวังหลวงหน้าซีดเผือด รีบก้าวเข้าไปกราบทูลเสียงสั่น "ท่านอ๋อง วันนี้เป็นวันมงคลสมรส พิธีไหว้ฟ้าดินยังไม่เสร็จสิ้นดี หากท่านทิ้งงานไปตอนนี้ จะเป็นการขัดต่อราชโองการนะพ่ะย่ะค่ะ"
เซียวจิ่งเหยียนตวัดหางตามองขันทีผู้นั้นเพียงแวบเดียว
คำพูดทั้งหมดของขันทีถูกกลืนหายกลับลงไปในลำคอ ร่างสั่นสะท้านไปทั้งตัว
"เปิ่นหวางได้ก้มหัวไหว้ฟ้าดินไปแล้ว" เซียวจิ่งเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือก "นั่นถือว่าทำตามราชโองการเสร็จสมบูรณ์แล้ว ส่วนพิธีไร้สาระที่เหลือ เจ้าจะก้มหัวทำแทนเปิ่นหวางหรือ"
ขันทีรีบคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น "กระหม่อมมิกล้า! กระหม่อมมิกล้าพ่ะย่ะค่ะ!"
เจ้าหน้าที่กรมพิธีการที่ตัวสั่นเป็นลูกนก รีบเอ่ยสมทบตามน้ำเพื่อรักษาชีวิตตนเอง "พะ..พิธีไหว้ฟ้าดินถือเป็นหัวใจหลัก เมื่อสำเร็จแล้ว ย่อมนับว่าการสมรสสมบูรณ์แบบพ่ะย่ะค่ะ!"
ไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้านอีกแม้ครึ่งคำ
เซียวจิ่งเหยียนไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้างกาย เขาไม่เอื้อมมือไปเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ไม่เอ่ยปากถามชื่อ ไม่ทิ้งคำร่ำลาใด ๆ ทั้งสิ้น
มือหนาปลดตะขอเสื้อคลุมพิธีสีแดงเข้มบนร่างออก แล้วโยนมันทิ้งไปด้านหลัง พ่อบ้านจวนอ๋องที่ยืนรอรับอยู่รีบคว้าเอาไว้ เผยให้เห็นชุดเกราะอ่อนสีดำทมิฬที่ถูกสวมทับไว้ด้านในตั้งแต่แรก คล้ายว่าเขาเตรียมพร้อมที่จะควบม้าออกศึกตั้งแต่ก่อนก้าวเข้าลานพิธีแล้ว
พ่อบ้านจวนอ๋องเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูง แววตารอบคอบและเฉียบขาด เขารีบก้มหน้ารอฟังคำสั่งสุดท้าย
"ส่งคนผู้นั้นไปอยู่ที่เรือนตะวันตก" เซียวจิ่งเหยียนเอ่ยสั่งเสียงเรียบ
ประเภทไฟล์
pdf, epub
วันที่วางขาย
25 มิถุนายน 2569
ความยาว
465 หน้า (≈ 80,836 คำ)
ราคาปก
249 บาท
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
หนังสือเล่มนี้เปิดให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะผู้ที่มีหนังสือฉบับเต็มเท่านั้น