Icon Close

ว่าด้วยหลักแห่งความรู้ของมนุษย์: หนึ่งในตำราปรัชญาที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกตะวันตก

ว่าด้วยหลักแห่งความรู้ของมนุษย์: หนึ่งในตำราปรัชญาที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกตะวันตก
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
No Rating
ประเภทไฟล์
pdf
วันที่วางขาย
31 กรกฎาคม 2569
ความยาว
235 หน้า
ราคาปก
270 บาท (ประหยัด 63%)
ว่าด้วยหลักแห่งความรู้ของมนุษย์: หนึ่งในตำราปรัชญาที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกตะวันตก
ว่าด้วยหลักแห่งความรู้ของมนุษย์: หนึ่งในตำราปรัชญาที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกตะวันตก
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
No Rating
นับตั้งแต่ยุคกรีกโบราณเป็นต้นมา ปรัชญาตะวันตกได้ตั้งคำถามที่ลึกซึ้งที่สุดต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์และโลกภายนอกว่า เรารู้ได้อย่างไรว่า สิ่งที่มองเห็นนั้นมีอยู่จริง โลกดำรงอยู่โดยอิสระจากการรับรู้ของเราหรือไม่ ความรู้เกิดขึ้นจากประสบการณ์ เหตุผล หรือมีรากฐานอยู่ที่สิ่งใด ซึ่งคำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่สั่นคลอนรากฐานของความเข้าใจทั้งหมดที่มนุษย์มีต่อความจริง และในประวัติศาสตร์ของความคิด มีนักปรัชญาอยู่ไม่กี่คนที่กล้าท้าทายสามัญสำนึกของมนุษย์ได้อย่างถึงรากถึงโคนเท่ากับ จอร์จ เบิร์กลีย์ ผู้เสนอแนวคิดอันพลิกโฉมวงการปรัชญาด้วยประโยคสั้น ๆ ที่กลายเป็นอมตะว่า "การดำรงอยู่คือการถูกรับรู้" (Esse est percipi)
ว่าด้วยหลักแห่งความรู้ของมนุษย์: หนึ่งในตำราปรัชญาที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกตะวันตก (A Treatise Concerning the Principles of Human Knowledge) คือผลงานชิ้นเอกของเบิร์กลีย์ และเป็นหนึ่งในหนังสือที่สำคัญที่สุดของปรัชญาสมัยใหม่ หนังสือเล่มนี้ได้ตั้งคำถามต่อสมมติฐานที่มนุษย์ยึดถือมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับสสาร ความจริง และการรับรู้ จนกลายเป็นรากฐานสำคัญของ ลัทธิอุดมคติเชิงอัตวิสัย ซึ่งส่งอิทธิพลต่อพัฒนาการของปรัชญาตะวันตกตลอดหลายศตวรรษต่อมา ใจความสำคัญของหนังสือคือ การวิพากษ์แนวคิดเรื่องสสาร เบิร์กลีย์โต้แย้งว่า สิ่งที่เราเรียกว่า "วัตถุ" มิใช่สิ่งที่ดำรงอยู่โดยอิสระจากจิตดังที่นักปรัชญาหลายท่านเชื่อ สิ่งที่เรารับรู้ได้ทั้งหมดล้วนเป็นสี เสียง กลิ่น รส สัมผัส และความคิด ซึ่งปรากฏอยู่ในจิตของผู้รับรู้ เราไม่อาจเข้าถึง "สสาร" ที่แยกขาดจากการรับรู้ได้เลย ดังนั้น การสมมุติว่ามีวัตถุซึ่งดำรงอยู่โดยไม่ขึ้นกับจิต จึงเป็นสิ่งที่เกินกว่าประสบการณ์ของมนุษย์ และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะยืนยันว่ามันมีอยู่จริง
จากเหตุผลดังกล่าว เบิร์กลีย์จึงเสนอแนวคิดอันโด่งดังว่า "การดำรงอยู่คือการถูกรับรู้" ความหมายของประโยคนี้หาใช่การปฏิเสธโลกภายนอกไม่ แต่คือการชี้ให้เห็นว่า สิ่งทั้งหลายมีความหมายในฐานะวัตถุก็ต่อเมื่อมีจิตรับรู้มันอยู่ โต๊ะ เก้าอี้ ภูเขา หรือดวงดาว ล้วนเป็นกลุ่มของประสบการณ์ที่ปรากฏแก่จิต มิใช่วัตถุที่มีสถานะเป็นอิสระจากการรับรู้ แนวคิดนี้ได้พลิกมุมมองของปรัชญาอย่างสิ้นเชิง เพราะแทนที่จะเริ่มต้นจากโลกภายนอก เบิร์กลีย์กลับเริ่มต้นจากประสบการณ์ของจิตในฐานะรากฐานของความจริงทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หนังสือมิได้หยุดอยู่เพียงการปฏิเสธสสาร หากยังตอบคำถามสำคัญว่า เหตุใดโลกจึงยังคงมีความต่อเนื่อง แม้ในเวลาที่ไม่มีมนุษย์รับรู้ หากป่าไม้ยังคงอยู่แม้ไม่มีผู้ใดมองเห็น หรือดวงดาวยังคงเคลื่อนที่แม้ไม่มีผู้ใดเฝ้ามอง สิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่ได้อย่างไร เบิร์กลีย์เสนอคำตอบผ่านแนวคิดทางเทววิทยา โดยมองว่าโลกทั้งหมดได้รับการค้ำจุนผ่านการรับรู้อันไม่มีที่สิ้นสุดของพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงรับรู้ทุกสิ่งอยู่เสมอ โลกจึงไม่เคยสูญหายไปจากการดำรงอยู่ ความคิดนี้สะท้อนความพยายามที่จะประสานเหตุผลเชิงปรัชญาเข้ากับศรัทธาทางศาสนาอย่างเป็นระบบ
หนังสือยังเป็นการสำรวจ ธรรมชาติของความรู้ของมนุษย์อย่างละเอียดลึกซึ้ง โดยเบิร์กลีย์ให้ผู้อ่านย้อนกลับมาตรวจสอบว่า สิ่งที่เราเรียกว่า "ความจริง" แท้จริงแล้วตั้งอยู่บนพื้นฐานใด เรารู้จักโลกผ่านตัวโลกเอง หรือผ่านประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในจิตของเรา การตั้งคำถามเช่นนี้ก็เพื่อทำให้มนุษย์ตระหนักถึงขอบเขตของการรู้ และหลีกเลี่ยงการยอมรับสมมติฐานที่ไม่อาจพิสูจน์ได้
หนังสือเล่มนี้ส่งอิทธิพลต่อปรัชญาในเวลาต่อมาอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการถกเถียงกับเดวิด ฮูม การพัฒนาปรัชญาวิจารณ์ของอิมมานูเอล คานท์ ตลอดจนแนวคิดในปรากฏการณ์วิทยาและปรัชญาวิเคราะห์สมัยใหม่ แม้นักปรัชญาหลายคนจะเห็นต่างจากเบิร์กลีย์ แต่แทบทุกคนต่างยอมรับว่า เขาเป็นผู้ทำให้คำถามเกี่ยวกับการรับรู้ ความจริง และการดำรงอยู่ กลายเป็นประเด็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป
แม้แนวคิดของเบิร์กลีย์จะดูขัดกับสามัญสำนึกในครั้งแรกที่อ่าน แต่เมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ผู้อ่านจะพบว่า หนังสือเล่มนี้หาได้เรียกร้องให้เราเชื่อทุกสิ่งที่ผู้เขียนกล่าวเลย แต่จะให้เราที่เป็นผู้อ่านทุกคนกล้าตั้งคำถามต่อสิ่งที่เราเคยเชื่อว่าเป็นเรื่องแน่นอน เพราะปรัชญาเป็นศิลปะแห่งการตั้งคำถามอย่างมีเหตุผล และการแสวงหาความจริงอย่างซื่อสัตย์ต่อความคิดของตนเอง
ประเภทไฟล์
pdf
วันที่วางขาย
31 กรกฎาคม 2569
ความยาว
235 หน้า
ราคาปก
270 บาท (ประหยัด 63%)
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
คุณสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็นได้จ้า