ล็อกอินเข้าระบบ
เข้าระบบผ่าน Social Network
เข้าสู่ระบบด้วย Facebook
เข้าสู่ระบบด้วย Line
เข้าสู่ระบบด้วย Apple
เข้าสู่ระบบด้วย Google
หรือ เข้าระบบด้วยบัญชี meb
จำ Password ไม่ได้
จำ Username ไม่ได้
หากยังไม่สมัครบัญชี meb โปรด
สมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก MEB Account
กรุณาใส่ข้อมูลที่มีเครื่องหมาย * ให้ครบถ้วน
Username
*
ต้องมีไม่ต่ำกว่า 4 ตัวอักษร และยาวไม่เกิน 32 ตัวอักษร และใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ a ถึง z, A ถึง Z หรือเครื่องหมาย _-@.
Password
*
ระบุอย่างน้อย 8 ตัว
Retype Password
*
E-mail
*
Display name
*
Phone
ระบุเฉพาะตัวเลข
First Name
Last Name
Gender
Not specified
Male
Female
ส่งข้อมูล
ล็อกอินเข้าระบบ The1
สำหรับผู้ที่มีบัญชี meb อยู่แล้ว
ครอปรูปภาพ
ล็อกอินเข้าระบบ / สมัครสมาชิก
ล็อกอินเข้าระบบ
ตะกร้า
จัดการอีบุ๊กที่วางขาย
จัดการอีบุ๊ก
อีบุ๊กทั้งหมด
เมนู
อีบุ๊กทั้งหมด
นิยายทั้งหมด
นิยายแปล
การ์ตูนทั้งหมด
อีบุ๊กทั่วไป
หนังสือเด็ก
หนังสือเรียน
หนังสือเสียง
บุฟเฟต์
หมวดหมู่ทั้งหมด
สำนักพิมพ์
เลือกหมวดหมู่ย่อย
ค้นหาสำนักพิมพ์
หน้าแรก
ขายดี
ใหม่มาแรง
มาใหม่
โปรโมชัน
ฟรีกระจาย
ฮิตขึ้นหิ้ง
แนะนำ
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนดำเนินรายการด้วยค่ะ
ล็อกอินเข้าระบบ
กรุณายืนยันอายุของผู้ใช้งานก่อนดำเนินรายการด้วยค่ะ
เข้าสู่ขั้นตอนยืนยันอายุผู้ใช้งาน
ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชน
กรุณาดำเนินการใหม่อีกครั้งในภายหลังค่ะ
ขออภัยค่ะไม่สามารถเข้าชมได้
เนื่องจากเนื้อหาเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
คุณสามารถให้กำลังใจนักเขียนได้ โดยให้ทิปเพิ่มจากราคาปกติ
ว่าด้วยหลักแห่งความรู้ของมนุษย์: หนึ่งในตำราปรัชญาที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกตะวันตก
โดย
จอร์จ เบิร์กลีย์ /
ธารา วรนรินทร์ แปล
สำนักพิมพ์
ไศเลนทร์
หมวดหมู่
ธรรมะ/ปรัชญา
ทดลองอ่าน
ซื้อ 99 บาท
No Rating
อยากได้
ซื้อเป็นของขวัญ
ติดตาม
นักเขียน
จอร์จ เบิร์กลีย์ /
ธารา วรนรินทร์ แปล
สำนักพิมพ์
ไศเลนทร์
หมวดหมู่
ธรรมะ/ปรัชญา
แชร์
Facebook
X
LINE
ประเภทไฟล์
pdf
วันที่วางขาย
31 กรกฎาคม 2569
ความยาว
235 หน้า
ราคาปก
270 บาท (ประหยัด 63%)
ว่าด้วยหลักแห่งความรู้ของมนุษย์: หนึ่งในตำราปรัชญาที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกตะวันตก
โดย
จอร์จ เบิร์กลีย์ /
ธารา วรนรินทร์ แปล
ไศเลนทร์
ธรรมะ/ปรัชญา
ทดลองอ่าน
ซื้อ 99 บาท
No Rating
อยากได้
ซื้อเป็นของขวัญ
ติดตาม
นักเขียน
จอร์จ เบิร์กลีย์ /
ธารา วรนรินทร์ แปล
สำนักพิมพ์
ไศเลนทร์
หมวดหมู่
ธรรมะ/ปรัชญา
แชร์
Facebook
X
LINE
นับตั้งแต่ยุคกรีกโบราณเป็นต้นมา ปรัชญาตะวันตกได้ตั้งคำถามที่ลึกซึ้งที่สุดต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์และโลกภายนอกว่า เรารู้ได้อย่างไรว่า สิ่งที่มองเห็นนั้นมีอยู่จริง โลกดำรงอยู่โดยอิสระจากการรับรู้ของเราหรือไม่ ความรู้เกิดขึ้นจากประสบการณ์ เหตุผล หรือมีรากฐานอยู่ที่สิ่งใด ซึ่งคำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่สั่นคลอนรากฐานของความเข้าใจทั้งหมดที่มนุษย์มีต่อความจริง และในประวัติศาสตร์ของความคิด มีนักปรัชญาอยู่ไม่กี่คนที่กล้าท้าทายสามัญสำนึกของมนุษย์ได้อย่างถึงรากถึงโคนเท่ากับ จอร์จ เบิร์กลีย์ ผู้เสนอแนวคิดอันพลิกโฉมวงการปรัชญาด้วยประโยคสั้น ๆ ที่กลายเป็นอมตะว่า "การดำรงอยู่คือการถูกรับรู้" (Esse est percipi)
ว่าด้วยหลักแห่งความรู้ของมนุษย์: หนึ่งในตำราปรัชญาที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกตะวันตก (A Treatise Concerning the Principles of Human Knowledge) คือผลงานชิ้นเอกของเบิร์กลีย์ และเป็นหนึ่งในหนังสือที่สำคัญที่สุดของปรัชญาสมัยใหม่ หนังสือเล่มนี้ได้ตั้งคำถามต่อสมมติฐานที่มนุษย์ยึดถือมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับสสาร ความจริง และการรับรู้ จนกลายเป็นรากฐานสำคัญของ ลัทธิอุดมคติเชิงอัตวิสัย ซึ่งส่งอิทธิพลต่อพัฒนาการของปรัชญาตะวันตกตลอดหลายศตวรรษต่อมา ใจความสำคัญของหนังสือคือ การวิพากษ์แนวคิดเรื่องสสาร เบิร์กลีย์โต้แย้งว่า สิ่งที่เราเรียกว่า "วัตถุ" มิใช่สิ่งที่ดำรงอยู่โดยอิสระจากจิตดังที่นักปรัชญาหลายท่านเชื่อ สิ่งที่เรารับรู้ได้ทั้งหมดล้วนเป็นสี เสียง กลิ่น รส สัมผัส และความคิด ซึ่งปรากฏอยู่ในจิตของผู้รับรู้ เราไม่อาจเข้าถึง "สสาร" ที่แยกขาดจากการรับรู้ได้เลย ดังนั้น การสมมุติว่ามีวัตถุซึ่งดำรงอยู่โดยไม่ขึ้นกับจิต จึงเป็นสิ่งที่เกินกว่าประสบการณ์ของมนุษย์ และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะยืนยันว่ามันมีอยู่จริง
จากเหตุผลดังกล่าว เบิร์กลีย์จึงเสนอแนวคิดอันโด่งดังว่า "การดำรงอยู่คือการถูกรับรู้" ความหมายของประโยคนี้หาใช่การปฏิเสธโลกภายนอกไม่ แต่คือการชี้ให้เห็นว่า สิ่งทั้งหลายมีความหมายในฐานะวัตถุก็ต่อเมื่อมีจิตรับรู้มันอยู่ โต๊ะ เก้าอี้ ภูเขา หรือดวงดาว ล้วนเป็นกลุ่มของประสบการณ์ที่ปรากฏแก่จิต มิใช่วัตถุที่มีสถานะเป็นอิสระจากการรับรู้ แนวคิดนี้ได้พลิกมุมมองของปรัชญาอย่างสิ้นเชิง เพราะแทนที่จะเริ่มต้นจากโลกภายนอก เบิร์กลีย์กลับเริ่มต้นจากประสบการณ์ของจิตในฐานะรากฐานของความจริงทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หนังสือมิได้หยุดอยู่เพียงการปฏิเสธสสาร หากยังตอบคำถามสำคัญว่า เหตุใดโลกจึงยังคงมีความต่อเนื่อง แม้ในเวลาที่ไม่มีมนุษย์รับรู้ หากป่าไม้ยังคงอยู่แม้ไม่มีผู้ใดมองเห็น หรือดวงดาวยังคงเคลื่อนที่แม้ไม่มีผู้ใดเฝ้ามอง สิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่ได้อย่างไร เบิร์กลีย์เสนอคำตอบผ่านแนวคิดทางเทววิทยา โดยมองว่าโลกทั้งหมดได้รับการค้ำจุนผ่านการรับรู้อันไม่มีที่สิ้นสุดของพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงรับรู้ทุกสิ่งอยู่เสมอ โลกจึงไม่เคยสูญหายไปจากการดำรงอยู่ ความคิดนี้สะท้อนความพยายามที่จะประสานเหตุผลเชิงปรัชญาเข้ากับศรัทธาทางศาสนาอย่างเป็นระบบ
หนังสือยังเป็นการสำรวจ ธรรมชาติของความรู้ของมนุษย์อย่างละเอียดลึกซึ้ง โดยเบิร์กลีย์ให้ผู้อ่านย้อนกลับมาตรวจสอบว่า สิ่งที่เราเรียกว่า "ความจริง" แท้จริงแล้วตั้งอยู่บนพื้นฐานใด เรารู้จักโลกผ่านตัวโลกเอง หรือผ่านประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในจิตของเรา การตั้งคำถามเช่นนี้ก็เพื่อทำให้มนุษย์ตระหนักถึงขอบเขตของการรู้ และหลีกเลี่ยงการยอมรับสมมติฐานที่ไม่อาจพิสูจน์ได้
หนังสือเล่มนี้ส่งอิทธิพลต่อปรัชญาในเวลาต่อมาอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการถกเถียงกับเดวิด ฮูม การพัฒนาปรัชญาวิจารณ์ของอิมมานูเอล คานท์ ตลอดจนแนวคิดในปรากฏการณ์วิทยาและปรัชญาวิเคราะห์สมัยใหม่ แม้นักปรัชญาหลายคนจะเห็นต่างจากเบิร์กลีย์ แต่แทบทุกคนต่างยอมรับว่า เขาเป็นผู้ทำให้คำถามเกี่ยวกับการรับรู้ ความจริง และการดำรงอยู่ กลายเป็นประเด็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป
แม้แนวคิดของเบิร์กลีย์จะดูขัดกับสามัญสำนึกในครั้งแรกที่อ่าน แต่เมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ผู้อ่านจะพบว่า หนังสือเล่มนี้หาได้เรียกร้องให้เราเชื่อทุกสิ่งที่ผู้เขียนกล่าวเลย แต่จะให้เราที่เป็นผู้อ่านทุกคนกล้าตั้งคำถามต่อสิ่งที่เราเคยเชื่อว่าเป็นเรื่องแน่นอน เพราะปรัชญาเป็นศิลปะแห่งการตั้งคำถามอย่างมีเหตุผล และการแสวงหาความจริงอย่างซื่อสัตย์ต่อความคิดของตนเอง
หนังสือแปล
คลาสสิก
ปรัชญา
จิตวิทยา
คริสต์ศาสนา
ประเภทไฟล์
pdf
วันที่วางขาย
31 กรกฎาคม 2569
ความยาว
235 หน้า
ราคาปก
270 บาท (ประหยัด 63%)
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
คุณสามารถ
เข้าสู่ระบบ
เพื่อแสดงความคิดเห็นได้จ้า
รีวิวทั้งหมด