Icon Close

วันนี้ ฉันเป็นแบบไหนนะ What Can I Be Today?

วันนี้ ฉันเป็นแบบไหนนะ  What Can I Be Today?
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
No Rating
นักวาด
ประเภทไฟล์
pdf
วันที่วางขาย
10 สิงหาคม 2569
ความยาว
48 หน้า
ราคาปก
ฟรี
วันนี้ ฉันเป็นแบบไหนนะ What Can I Be Today?
วันนี้ ฉันเป็นแบบไหนนะ?
What Can I Be Today?

บางวันเราอาจรู้สึกกล้าหาญเหมือนพระอาทิตย์
บางวันอยากหัวเราะเสียงดังเหมือนลูกหมา
บางวันอยากวิ่งเล่นเหมือนโลมา
บางวันอยากลอยละล่องไปเรื่อย ๆ เหมือนก้อนเมฆ
และบางวัน...เราอาจแค่อยากนอนนิ่ง ๆ มองพระจันทร์ แล้วหายใจช้า ๆ

"วันนี้ ฉันเป็นแบบไหนนะ?"
เป็นหนังสือภาพสองภาษา Thai–English ที่ชวนเด็ก ๆ สำรวจความรู้สึก จินตนาการ และโลกใบเล็ก ๆ รอบตัว ผ่านสัตว์น้อย ๆ ธรรมชาติ และช่วงเวลาธรรมดาที่เราอาจมองข้ามไป

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีคำตอบว่าลูก ควร เป็นแบบไหน
แต่ค่อย ๆ ชวนให้เด็กค้นพบด้วยตัวเองว่า

วันนี้ฉันอยากลองเป็นแบบไหนนะ?
ฉันรู้สึกอย่างไร?
ฉันอยากมองอะไร?
อยากเล่นอะไร?
หรือบางที...ฉันแค่อยากอยู่ตรงนี้อย่างสงบก็ได้

แต่ละหน้าจึงไม่ได้มีเพียงประโยคสั้น ๆ ให้เด็กอ่านแล้วผ่านไป แต่ถูกออกแบบให้เป็น ช่วงเวลาที่ผู้ใหญ่กับเด็กได้หยุดอยู่ด้วยกัน จะอ่านออกเสียง ชี้ภาพ พูดคุย เล่น หรือเติมเรื่องราวต่อจากจินตนาการของเด็กก็ได้

เช่น...

เมื่อเจอลูกหมาที่กำลังหัวเราะ

"จั๊กจี้ตรงนี้…จั๊กจี้ตรงนั้น…
ฮิฮิ… ฮ่าๆๆ!
หัวเราะให้ดังจนดอกไม้ไหวเลยนะ!"

ลองหัวเราะตามกันดูไหม?
ลองทำเสียงหัวเราะแบบเจ้าหมาน้อยดูสิ
หรือจะชวนกันเล่นจั๊กจี้จริง ๆ ก็ได้

เมื่อเจ้าโลมากระโดดขึ้นจากน้ำ

"กระโดดขึ้นมาเลย!
น้ำกระเซ็นแค่ไหนก็ไม่เป็นไร
เพราะบางครั้งความสนุก
ก็ซ่อนอยู่ในหยดน้ำเล็ก ๆ
ดูสิ…สายรุ้งกำลังยิ้มให้เราอยู่!"

บางทีการเล่นอาจไม่ได้ต้องสะอาดเรียบร้อยเสมอไป
เสื้ออาจเปียก มืออาจเปื้อน และพื้นอาจมีรอยน้ำเล็ก ๆ
แต่ในช่วงเวลาเหล่านั้น เด็กอาจกำลังค้นพบโลกอีกใบหนึ่งผ่านการเล่นและจินตนาการ

หรือวันที่นั่งมองท้องฟ้าด้วยกัน

"ลองมองก้อนเมฆสิลูก
วันนี้มันกำลังลอยไปไหนนะ
บางทีเราอาจได้เห็นอะไรสนุก ๆ บนท้องฟ้า"

ก้อนนี้เหมือนกระต่ายหรือเปล่า?
ก้อนนั้นเหมือนอะไรนะ?
เมฆกำลังเดินทางไปไหนกันนะ?

บางครั้งคำถามเล็ก ๆ เพียงคำถามเดียว
ก็พาเด็กเดินทางไปไกลกว่าคำตอบที่ผู้ใหญ่เตรียมไว้

และเมื่อถึงหน้าของเจ้านกฮูก หนังสือจะค่อย ๆ พาเราช้าลง

"ถ้าลูกคิดอะไรไม่ออก
ลองหยุด ค่อย ๆ ฟัง ค่อย ๆ คิด
ด้วยหัวใจ
บางทีปัญญาก็อาจเติบโตในความเงียบ"

จนกระทั่งถึงหน้าสุดท้าย...
เมื่อโลกทั้งวันค่อย ๆ เงียบลง และพระจันทร์ขึ้นมาบนท้องฟ้า

"หายใจเข้าลึก ๆ นะลูก
หายใจออกช้า ๆ
พระจันทร์กำลังส่องแสงนุ่ม ๆ อยู่บนฟ้า
เหมือนอ้อมกอดอุ่น ๆ ของแม่
หลับฝันดีนะคนเก่ง"

ประโยคเหล่านี้จึงไม่ได้ตั้งใจให้เด็กเพียง "ท่องจำ"
แต่ชวนให้ อ่านช้าลง ฟังเสียงของคนที่กำลังอ่านให้ฟัง และลองทำตามความรู้สึกในแต่ละหน้า

หนังสือเล่มนี้มีอะไรอยู่ข้างใน?

เรื่องราวสั้น ๆ ผ่านสัตว์และธรรมชาติ
ตั้งแต่แสงแดดในตอนเช้า ลูกหมาที่กำลังหัวเราะ โลมาที่กำลังกระโดด ก้อนเมฆที่ลอยไปบนท้องฟ้า รถไฟที่ค่อย ๆ เดินทาง นกฮูกผู้ช่างคิด ไปจนถึงดวงดาวและพระจันทร์ก่อนเข้านอน

ภาษาไทยและภาษาอังกฤษในทุกเรื่อง
ด้านหนึ่งมีประโยคภาษาอังกฤษตัวใหญ่ให้ผู้ใหญ่อ่านออกเสียงและชี้ให้เด็กดูตามอย่างเป็นธรรมชาติ เด็กไม่จำเป็นต้องรู้คำศัพท์ทั้งหมดตั้งแต่แรก เพียงได้ฟัง ได้เห็น และได้ยินซ้ำ ๆ ก็เป็นการค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยกับภาษาไปพร้อมกับช่วงเวลาแห่งความอบอุ่น

ชวนสังเกตและเล่นไปกับภาพ
ลองนับดาว นับหัวใจ หาดอกไม้ ดูสีต่าง ๆ หรือชวนกันหาสิ่งเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในภาพ

ชวนพูดคุยและเล่าเรื่องต่อ
"หนูเห็นอะไรบ้าง?"
"ถ้าเป็นหนู หนูจะทำอะไร?"
"เจ้าตัวนี้กำลังคิดอะไรอยู่นะ?"
ไม่มีคำตอบที่จำเป็นต้องถูกเสมอไป เพราะบางครั้งสิ่งสำคัญกว่าคำตอบ คือการได้ฟังว่าเด็กมองโลกใบนี้อย่างไร

ชวนเล่นและใช้เวลาร่วมกัน
บางหน้าอาจชวนหัวเราะ บางหน้าอาจชวนขยับตัว บางหน้าอาจชวนจินตนาการ และบางหน้าก็อาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ผู้ใหญ่กับเด็กได้นั่งเงียบ ๆ อยู่ด้วยกัน

และมีช่วงเวลาสงบก่อนนอน
เพื่อค่อย ๆ พาเด็กจากความสนุกในตอนกลางวัน กลับมาสู่การหายใจช้า ๆ และความรู้สึกปลอดภัยก่อนหลับ

และที่สำคัญ...

หนังสือเล่มนี้ ไม่จำเป็นต้องอ่านจากหน้าแรกไปหน้าสุดท้ายเสมอไป

บางวันลูกอาจกำลังรู้สึกกลัว
ก็เปิดไปหาหน้าที่พูดถึงความกล้า

บางวันลูกอยากหัวเราะ
ก็เปิดหน้าลูกหมาแล้วเล่นจั๊กจี้กัน

บางวันออกไปสวนสาธารณะ
ก็เปิดหน้าก้อนเมฆแล้วลองนอนมองท้องฟ้าด้วยกัน

หรือก่อนนอน
ก็เปิดหน้าพระจันทร์ แล้วค่อย ๆ หายใจไปพร้อมกัน

และคำว่า "แม่" ที่ปรากฏอยู่ในบางส่วนของหนังสือ ก็ไม่ได้หมายถึงคุณแม่เพียงคนเดียว ผู้ใหญ่อ่านสามารถเปลี่ยนเป็น พ่อ คุณยาย คุณตา คุณครู หรือชื่อของคนที่เด็กผูกพัน ได้ตามสถานการณ์

เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าใครกำลังอ่านหนังสือเล่มนี้ให้เด็กฟัง

แต่คือ...

มีใครสักคนกำลังหยุดอยู่ข้าง ๆ เด็ก
กำลังฟังเขา
กำลังมองโลกไปพร้อมกับเขา
และกำลังบอกเขาอย่างเงียบ ๆ ว่า
"หนูเป็นตัวของหนูเองได้เลยนะ"

วันนี้ ฉันเป็นแบบไหนนะ?
หนังสือเล่มเล็ก ๆ สำหรับวันที่เราอยากให้เด็กได้หัวเราะ ได้เล่น ได้สงสัย ได้จินตนาการ ได้เรียนรู้ภาษา และได้รู้จักหัวใจของตัวเองทีละนิด

เพราะบางที...
สิ่งที่เด็กต้องการที่สุด อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด
แต่อาจเป็นเพียงใครสักคนที่หยุดอยู่ข้าง ๆ
แล้วมองโลกไปพร้อมกับเขา

เหมาะสำหรับ
ช่วงเวลาอ่านหนังสือร่วมกันระหว่างเด็กและผู้ใหญ่
เด็กเล็กที่กำลังเรียนรู้ความรู้สึกและโลกผ่านการเล่น
ครอบครัวที่อยากให้เด็กค่อย ๆ คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษผ่านการฟังและการอ่านร่วมกัน
ใช้อ่านเล่นระหว่างวัน หรือเลือกบางหน้าเป็นกิจกรรมผ่อนคลายก่อนนอน

หนังสือภาพสองภาษา Thai–English
ที่ไม่ได้ชวนเด็กเพียงแค่ "อ่าน"
แต่ชวนให้ มอง ฟัง เล่น คิด หัวเราะ กอด และใช้เวลาอยู่ด้วยกัน
นักวาด
ประเภทไฟล์
pdf
วันที่วางขาย
10 สิงหาคม 2569
ความยาว
48 หน้า
ราคาปก
ฟรี
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
คุณสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็นได้จ้า