Icon Close

ขวัญข้าว จงคืนสู่รวง

ขวัญข้าว จงคืนสู่รวง
สำนักพิมพ์laksamontra
หมวดหมู่นิยายแฟนตาซี
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
No Rating
ประเภทไฟล์
pdf
วันที่วางขาย
03 พฤศจิกายน 2569
ความยาว
449 หน้า
ราคาปก
219 บาท
ขวัญข้าว จงคืนสู่รวง
ขวัญข้าว จงคืนสู่รวง
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
No Rating
เมื่อโลกก้าวไปข้างหน้า แต่ผืนดินกลับกำลังสูญเสียชีวิต

ปี ค.ศ. 2075

มนุษย์เดินทางมาไกลเกินกว่าที่คนในอดีตเคยจินตนาการไว้

มหานครทั่วโลกเต็มไปด้วยอาคารสูงเสียดฟ้า ระบบขนส่งอัตโนมัติ และเทคโนโลยีชีวภาพที่สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตได้แทบทุกด้าน อาหารจำนวนมากถูกผลิตขึ้นในโรงงานควบคุมสภาพแวดล้อม พืชบางชนิดได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ให้เติบโตได้ในพื้นที่จำกัด ทนต่อสภาพอากาศแปรปรวน และให้ผลผลิตสูงขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา

สำหรับมนุษย์ นี่คือยุคแห่งความก้าวหน้า

แต่ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่าทุกสิ่งบนโลกกำลังดีขึ้น

ห่างจากมหานครอันสว่างไสวออกไป พื้นที่เกษตรกรรมหลายแห่งกลับกำลังเผชิญกับวิกฤตที่รุนแรงขึ้นทุกปี

ผืนดินที่เคยอุดมสมบูรณ์เริ่มเสื่อมโทรม แหล่งน้ำบางแห่งปนเปื้อนจากการใช้สารเคมีอย่างไม่เหมาะสม สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศลดจำนวนลง ขณะที่เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เพื่อรักษาผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ทุ่งนาที่เคยเขียวขจีในฤดูฝน บางแห่งกลายเป็นผืนดินแห้งแข็ง บางแห่งยังคงเพาะปลูกได้ แต่ต้องพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอกมากขึ้นเรื่อย ๆ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว หากค่อย ๆ สะสมจนผู้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มมองว่ามันเป็นเรื่องปกติของโลกยุคใหม่

ท่ามกลางวิกฤตดังกล่าว บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ Agrainix ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในองค์กรที่ทรงอิทธิพลที่สุดของอุตสาหกรรมอาหาร

บริษัทแห่งนี้เริ่มต้นจากความตั้งใจที่จะช่วยเหลือเกษตรกร พัฒนาเมล็ดพันธุ์ที่ทนต่อภัยแล้งและโรคพืช เพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก และลดความเสี่ยงจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ

ในช่วงแรก นวัตกรรมของ Agrainix สร้างความหวังให้กับผู้คนจำนวนมาก ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น พื้นที่ที่เคยเพาะปลูกได้ยากกลับมามีผลผลิตอีกครั้ง และเทคโนโลยีของบริษัทได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป คำถามบางอย่างกลับเริ่มปรากฏขึ้น

เหตุใดพื้นที่เพาะปลูกบางแห่งจึงสูญเสียความอุดมสมบูรณ์เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้?

เหตุใดเกษตรกรจึงต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมากขึ้น แม้จะใช้เมล็ดพันธุ์ที่ถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพสูง?

และเหตุใดความหลากหลายของพืชพื้นบ้านจึงค่อย ๆ เลือนหายไปจากผืนดินที่เคยเป็นแหล่งกำเนิดของมัน?

คำถามเหล่านี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับผู้คนทั่วไป

Agrainix ยืนยันว่าเทคโนโลยีของบริษัทผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน และการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศเป็นผลจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งสภาพภูมิอากาศและวิธีการจัดการพื้นที่เกษตรกรรม

ขณะที่นักวิจัยบางกลุ่มเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า มนุษย์อาจกำลังให้ความสำคัญกับปริมาณผลผลิตมากกว่าความสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่ทำให้พืชเหล่านั้นเติบโตได้

เพราะการปลูกพืชให้ได้ผลผลิตมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผืนดินจะมีสุขภาพดีขึ้นตามไปด้วย

ดินไม่ใช่เพียงวัสดุที่ใช้รองรับรากพืช แต่เป็นระบบชีวิตที่ซับซ้อน ประกอบด้วยแร่ธาตุ อินทรียวัตถุ น้ำ อากาศ จุลินทรีย์ และสิ่งมีชีวิตอีกนับไม่ถ้วนที่ทำงานร่วมกันอย่างละเอียดอ่อน

เมื่อความสัมพันธ์เหล่านี้เสียสมดุล ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ในแปลงนา แต่สามารถส่งต่อไปยังแหล่งน้ำ อาหาร สุขภาพของผู้คน และความมั่นคงของชีวิตในอนาคต

ทว่าในโลกที่ทุกอย่างถูกวัดด้วยประสิทธิภาพและผลตอบแทน สิ่งที่ไม่สามารถแสดงออกมาเป็นตัวเลขได้อย่างรวดเร็ว มักถูกมองข้าม

รวมถึงความทรงจำของมนุษย์ที่เคยมีต่อผืนดิน

ครั้งหนึ่ง ข้าวไม่ได้เป็นเพียงสินค้าเกษตรหรืออาหารหลักบนโต๊ะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ประเพณี ความเชื่อ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ

ผู้คนรู้จักฤดูกาลจากสายลม เฝ้ารอฝนจากท้องฟ้า รู้จักคุณค่าของเมล็ดพันธุ์ที่เก็บรักษาสืบต่อกันมา และเชื่อว่าข้าวทุกเมล็ดมีคุณค่าเกินกว่าจะถูกมองเป็นเพียงผลผลิต

ในความทรงจำของคนรุ่นเก่า ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเทวีผู้คุ้มครองข้าว ผู้ประทานความอุดมสมบูรณ์ให้แก่มนุษย์

พระแม่โพสพ

ชื่อที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในคำสอนของผู้เฒ่าผู้แก่ ในพิธีกรรมของชาวนา และในความเชื่อที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป ความเชื่อเหล่านั้นก็ค่อย ๆ ห่างหายจากชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่

บางคนมองว่าเป็นเพียงเรื่องเล่าจากอดีต บางคนเห็นว่าเป็นวัฒนธรรมที่ไม่จำเป็นต่อโลกสมัยใหม่ และอีกหลายคนอาจไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่า ก่อนจะมีเทคโนโลยีการเกษตรอย่างทุกวันนี้ มนุษย์เคยมีวิธีแสดงความเคารพต่อข้าวและผืนดินอย่างไร

ในโลกใบเดียวกันนั้น มีเด็กสาวคนหนึ่งเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

เธอชื่อ ขวัญข้าว

เด็กสาวจากครอบครัวเกษตรกรในจังหวัดศรีสะเกษ ผู้เติบโตมากับทุ่งนาและเรื่องเล่าของคนในครอบครัว เธอเดินทางเข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพมหานคร ในฐานะนักศึกษาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมชั้นปีที่หนึ่ง ด้วยความสนใจในเทคโนโลยีชีวภาพและการฟื้นฟูระบบนิเวศ

เธอเชื่อว่าวิทยาศาสตร์สามารถช่วยแก้ไขปัญหาที่โลกกำลังเผชิญอยู่ได้
ในขณะเดียวกัน เธอก็ไม่เคยคิดว่าภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนเป็นสิ่งไร้ค่า

สำหรับขวัญข้าว ความรู้จากห้องทดลองและความรู้จากผืนดินไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน

เธออยากเข้าใจธรรมชาติด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ และอยากรู้ด้วยว่าเหตุใดผู้คนในอดีตจึงมีความผูกพันกับข้าวมากมายถึงเพียงนั้น

เธอยังไม่รู้ว่าความสงสัยเหล่านี้จะนำพาชีวิตของเธอไปไกลเพียงใด

ไม่รู้ว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผืนดินอาจมีความลับซ่อนอยู่มากกว่าที่มนุษย์เข้าใจ

และไม่รู้ว่าเบื้องหลังความก้าวหน้าของเทคโนโลยีบางอย่าง อาจมีบางสิ่งกำลังถูกช่วงชิงไปอย่างเงียบงัน

สิ่งที่มองไม่เห็นด้วยเครื่องมือวัดทั่วไป

สิ่งที่ไม่อาจคำนวณด้วยสมการทางวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว

สิ่งที่คนรุ่นเก่าเรียกว่า ขวัญ

บางที โลกอาจไม่ได้กำลังสูญเสียเพียงความอุดมสมบูรณ์ของผืนดิน แต่กำลังสูญเสียสายสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงชีวิตมาเนิ่นนาน

และเมื่อถึงวันที่สายสัมพันธ์นั้นขาดสะบั้น มนุษย์อาจเพิ่งตระหนักว่า เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเพียงใดก็ไม่อาจสร้างทุกสิ่งที่ธรรมชาติเคยมอบให้กลับคืนมาได้โดยง่าย

เรื่องราวของขวัญข้าวจึงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

เรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่ง ผู้เติบโตมาจากผืนดินที่กำลังถูกลืมเลือน และกำลังจะค้นพบว่า สิ่งที่เธอเคยได้ยินจากคนรุ่นก่อนอาจไม่ได้เป็นเพียงตำนาน

เพราะในโลกที่มนุษย์พยายามควบคุมทุกสิ่ง บางทีสิ่งที่จำเป็นที่สุดอาจไม่ใช่การเอาชนะธรรมชาติ แต่คือการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอีกครั้ง
ก่อนที่ผืนดินจะไม่เหลือชีวิตให้มนุษย์ได้พึ่งพาอีกต่อไป
ประเภทไฟล์
pdf
วันที่วางขาย
03 พฤศจิกายน 2569
ความยาว
449 หน้า
ราคาปก
219 บาท
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
คุณสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็นได้จ้า