Icon Close

จอมไพรใจเพชร เล่ม ๑

จอมไพรใจเพชร เล่ม ๑
สำนักพิมพ์singkornbangkok
5.00
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
1 Rating
File type
pdf, epub
วันที่วางขาย
17 ตุลาคม 2560
ความยาว
481 หน้า (≈ 85,834 คำ)
ราคาปก
200 บาท (ประหยัด 35%)
จอมไพรใจเพชร เล่ม ๑
จอมไพรใจเพชร เล่ม ๑
5.00
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
1 Rating
จอมไพรใจเพชร เป็นภาคสองของ ยอดพธูคู่บัลลังก์ ที่สิงขรได้เขียนขึ้นตามคำเรียกร้องของแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามผลงานของ “สิงขร” มาโดยตลอด เป็นเรื่องราวของ ดาว หรือ ดาริกา ที่ยอมละทิ้งการเป็นสนมเอกของเจ้าชายแห่งเมืองลี้ลับ กลับมาเป็นตำรวจหญิงกองร้อยน้ำตาลเช่นเดิม เพียงเพราะเธอหยิ่งในศักดิ์ศรี และไม่ยอมเป็นสองรองใคร โดยถือว่า...เป็นหนึ่งในกระท่อม ดีกว่าเป็นสองในราชวัง ซึ่งเธอจะได้สมดังที่ตั้งใจหรือไม่นั้น ใครจะมาทำให้เธอเป็นเพียงหนึ่งเดียวในกระท่อม แล้วดาริกาจะได้พบกับรักแท้ หรือบัลลังก์รักของเธอหรือไม่...
ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของเรื่องราว...จอมไพรใจเพชร หรือ บัลลังก์รักดาริกา ขอเชิญทุกท่านติดตามความสนุกสนาน เข้มข้น ครบทุกรสได้แล้วครับ และขอขอบคุณทุกกำลังใจครับ
“สิงขร”

ตัวอย่างบางตอน...
เช้าตรู่ของวันนี้ฟ้ายังไม่สว่างดีนัก ในนาทีนี้...รณภพตื่นเต้นใจระทึกที่เหยียบลงแผ่นดินกรุงเทพ แข้งขาไม่ค่อยจะมั่นคงสักเท่าไหร่เพราะนั่งเสียนาน เมื่อตั้งตัวได้จึงรีบเดินไปที่ช่องแท็กซี่ซึ่งต่อแถวยาวเหยียด เพื่อไปยังสุขุมวิทซอย 36 เขายังไม่คิดที่จะโทรหาญาติเพราะเช้าตรู่อยู่ กะว่าพอแท็กซี่เข้าซอยแล้วจึงจะโทร
เมื่อแท็กซี่ตกลงที่จะไป เขาจึงเปิดประตูหลังเข้าไปนั่ง โดยมีเป้หลังเพียงใบเดียวเท่านั้น รถแล่นไปได้ราวๆครึ่งชั่วโมงเท่านั้น แท็กซี่รีบแอบซ้ายเบรกดื้อๆ เมื่อจอดแล้วหันมาบอกว่า...
"ไปไม่ได้แล้ว โบกรถต่อเหอะ ไม่คิดเงิน"
"อ้าว"
"ไม่ต้องอ้าว บอกให้ลงก็ต้องลงสิ"
คนขับแท็กซี่วัยกลางคนเสียงกร้าว
รณภพ เหราพันธุ์ จำต้องลงจากรถ คราวนี้จึงไม่ผิดลอยคออยู่กลางทะเลเพราะไม่รู้เหนือรู้ใต้
จึงเดินไปที่ศาลาที่พักหน้าร้านขายพันธุ์ไม้แต่ร้านยังไม่เปิด แล้วดึงโทรศัพท์ออกมาโทรถึงญาติ เพื่อสอบถามเส้นทาง แต่ยังไม่ทันได้กดอะไร
ฉับพลันทันใดนั้น...
ไอ้แว้นเหลือขอ...ควบมอเตอร์ไซค์มาด้วยกันสามคัน เสียงดังสนั่นหวั่นไหวยามใกล้สว่าง ซ้อนท้ายคันละคน แล้วคันหน้าจอดกึกลงตรงหน้ารณภพอย่างพอดิบพอดี คันที่สองสามจอดตาม คนขับ
มอเตอร์ไซค์คันหน้าสุดส่งเสียงลิ้นไก่สั้นกวนประสาท...
"เฮ้ย...พรรคเพียก แบบว่าหาค่าโจ๊กหน่อยโว้ย"
พร้อมกับพูด มันคนขับใช้ปลายเท้าซ้ายเขี่ยแสตนด์เอียง ส่วนคนซ้อนดีดตัวลงก่อน แล้วมันทั้งสองก็กระโจนเข้าใส่รณภพ โดยดีดตีนซ้าย-ขวา ที่หมายก้านคอ ซึ่งหนุ่มน่านมองอย่างงุนงง และตกใจสุดขีด ที่จู่ๆก็มีแว้นเมืองกรุงเข้ามาทักทายด้วยเท้าอย่างแม่นยำ
ผลัวะ...ผลัวะ
"เฮ้ย...อะหยังบ่ะ"
หนุ่มน่านได้แต่หลุดปากเป็นภาษาบ้านเกิด ตัวเอียงเพราะโดนเตะเข้าสีข้างซ้ายกับขวาพร้อมๆกัน ไอโฟนที่เพิ่งซื้อกระเด็นหลุดมือ ไอ้คนซ้อนท้ายคันแรกรีบผวาเข้าไปรับ กลับร้องลั่น
ผลัวะ
"โอ๊ย"
รณภพเตะสกัดด้วยสัญชาติญาณที่เห็นจะจะว่าโดนชิงทรัพย์
ไอ้แว้นอีกสองคันรีบตั้งมอเตอร์ไซค์เสร็จ รวมทั้งคนซ้อนท้ายเป็นสี่ กระโจนเข้าร่วมสมทบผ้าป่าสามัคคีกับไอ้แว้นสองคนแรก เพื่อหาค่าโจ๊กเช้านี้แบบหมาหมู่ สามคนขึ้นไปจะมีอาวุธหรือไม่ก็ตามที เมื่อกระทำการชิงทรัพย์ผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ได้ทรัพย์นั้นมา จะกลายเป็น...ปล้นทรัพย์ไปในทันที
ผลัวะ...ผลัวะ...ผลัวะ
ผลัวะ...ผลัวะ...ผลัวะ
นาทีนี้...รณภพกลายเป็นสมันน้อยในฝูงหมาป่าถึงหกตัว ที่ดาหน้าแยกเขี้ยวคำราม เป็นภาษาที่กวนโอ๊ยแทบทั้งสิ้น แต่เขาก็แข็งใจโพล่งออกไป...
"ไอ้พวกหมาหมู่รุมปล้นทรัพย์กูกะบ่ะ"
"ไอ้นี่มันว่าพวกเราเป็นหมาหมู่ เพราะงั้นแทะเนื้อแม่งให้เหลือแต่กระดูกเลยวะ"
"เอาโว้ย"
สนับสนุนเสียงขรมจากขยะบนท้องถนนทั้งหมด
รณภพ เหราพันธุ์ รู้ดีว่ารอดยากเสียแล้วเพราะ...หมาหลวงไม่เคยเอาชนะหมาหลายได้ ถ้า
ไม่นับพระเอกหนังไทย แต่ก็ขอสู้สุดใจขาดดิ้น เขาจึงเก็บคองอเข่า เท้าเก็บไว้ยืนเท่านั้น จะดีดจะเตะไม่ได้
เป็นอันขาดจะล้มเร็วขึ้น ยึดทฤษฎีมวยหมู่ในงานวัดคือ...
ต้องหลับหูหลับตาจ้วงหมัดไปข้างหน้าเท่านั้นจึงจะไม่ล้ม !
นาทีนั้น...ไอ้แว้นเหลือขอคนหนึ่งกระโดดเตะ ที่หมายคือก้านคอของรณภพ
เพี้ยะ
โดนแขนซ้ายของหนุ่มน่านชาหนึบ วินาทีนั้นเขาจ้วงขวาสุดแรงเข้าที่เป้าใหญ่เห็นชัดข้างหน้า
บึ้ก
"อ๊าก"
ผีนรกบนท้องถนนร้องลั่นในลำคอ เมื่อเจอสันหมัดอันหนักหน่วงของรณภพกระแทกเข้าลิ้นปี่ ร่วงลงกองกับพื้นก้นกบแทบพัง จุกจนตาเหลือกหายใจแทบไม่ออก หมาหลายสิ้นฤทธิ์เป็นตัวแรก
ขยะบนท้องถนนตัวที่สองทะยานเข้าถีบเข้าที่สีข้างขวา ในวินาทีนั้นรณภพตระหวัดหมัดซ้ายกำแน่น แล้วขว้างมะม่วง หรือสวิงเข้าใส่อย่างรวดเร็ว โถมตัวทิ้งน้ำหนักเข้าไปด้วย
ผลัวะ
"โอ๊ย"
ไอ้แว้นทรงผมเคี่ยนมะกอกร้องลั่น เพราะหมัดขว้างมะม่วงจับเปราะเข้าที่ปลายคางอย่างถนัดถนี่ ก้นกระแทกพื้น หงายหลังผลึ่งไปอย่างรวดเร็ว
หมาหลายร่วงไปสองเหลืออีกสี่!
อีกสองคนกระโดดถีบพร้อมๆกัน ราวกับนัดกันไว้ ซึ่งผิดหลักที่สุด เพราะจะโดนแค่คนเดียวเท่านั้น อีกคนจะพลาด เพราะเป้าเฉโดยอัตโนมัติ รณภพเองก็หลบไม่ทันแน่ เพราะมาทั้งซ้ายและขวา
"อั๊ก"
หนุ่มน่านร้องออกปาก เจ็บสีข้างซ้าย แต่สีข้างขวาไม่เจ็บ เพราะเฉไปอีกทางจากแรงถีบของไอ้แว้นอีกคนนั้น เขากัดฟันพุ่งหมัดขวาสุดแรงเกิด เข้าตรงหน้าไอ้คนที่ถีบด้วยตีนขวาแล้วพลาด
บึ้ก
"อ๊าก"
วายร้ายบนท้องถนนคนที่สามร้องลั่นเหมือนควายโดนเชือด เพราะเจอหมัดของรณภพเข้าอย่างจังที่ปลายคาง ร่วงลงพื้นเหมือนนกโดนปืน หลับยาวอย่างแน่นอน จนเพื่อนมันคนหนึ่งต้องลากออกจากวง หรือคนสมัยก่อนเรียกว่า...
ข่วงลูกกุย! (ลานมวย)
ไอ้แว้นที่มีผมเหมือนทรงผมเด็กกตัญญูในขวดซีอิ้วไม่ยอมเตะถีบ เพราะเห็นแล้วว่าเพื่อนโดน
หมัดสวนร่วงไปแล้วถึงสามคน มันจึงเหวี่ยงหมัดโดยง้างมาจากบ้าน กลับร้องลั่น...
โช้ะ
"โอ๊ย"
ร่วงลงพื้นเป็นคนที่สี่ เพราะหนุ่มน่านพุ่งขวาตรงตามตำรับมวยหมู่งานวัดเข้าหาเป้าสุดแรง ดีที่โชคช่วยหมัดของรณภพเข้าเป้าก่อน เพราะความเร็วของเขาเป็นต่อนั่นเอง โดยที่สันหมัดของเขากระแทกเข้าปากครึ่งจมูกเสียงดังถนัดถนี่ เลือดจากปากผสมขี้ฟันยามเช้าตรู่กระเซ็นเหม็นหึ่ง ร่วงลงเป็นคนที่สี่จนได้
"ไอ้พวกผีนรกบนถนน เข้ามาเลย...กูไม่กลัวพวกมึงโว้ย"
รณภพคำรามลั่น
วายร้ายบนท้องถนนคนที่ห้า เคียดแค้นระคนบันดาลโทสะ ที่เพื่อนๆร่วงไปต่อหน้าต่อตาสี่คน มันคำรามลั่นเสียงดังก้องถนนยามเช้ามืด พอๆกับเสียงรถของพวกมัน
"ไอ้ปั้นจิ้ม กูจะเอาตีนจิ้มหน้ามึง"
ไอ้แว้นคนที่ห้าทำตามที่พูด กระโดดถีบด้วยสองตีน ที่หมายคือยอดอกของหนุ่มน่าน เพราะความคั่งแค้นจนขาดสติ กลับเข้าทางของรณภพในทันที
วืด
รณภพ เหราพันธุ์ เบี่ยงตัวหลบเพียงนิดเดียว สองตีนของขยะบนท้องถนนก็สัมผัสกับธาตุอากาศอย่างจัง ทำให้ตัวลอยไร้เป้ารองรับ ร่วงลงพื้นทันที
บั๊ก
"โอ๊ย"
มันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดสุดแสน เพราะหลังกระแทกพื้นถนน แต่ก็แข็งใจลุกขึ้น นั่นเท่ากับเข้าทางของรณภพเป็นครั้งที่สองคือ โก้งโค้งโก่งโก๊ะ
รณไม่รอให้นาทีทองผ่านไป ตระหวัดตีนซ้ายที่หมายคือกรามขวาสุดแรงเท่าที่มี
กร๊อบ
"โอ๊ย"
ไอ้แว้นตัวที่ห้าร้องลั่น แล้วกลิ้งหลุนๆไปสามรอบ หลับยาวอยู่หน้าร้านขายพืชพันธุ์ไม้ตรงนั้น
อีกคนเดียวเท่านั้น...หมาหลวงก็จะชนะหมาหลายเป็นประวัติศาสตร์!
และแล้ว...ในวินาทีอันอัปยศ...
"ฤทธิ์มากนักเรอะไอ้ปั้นจิ้มหน้าจืด นี่แน่ะ"
ผลัวะ
"อ๊าก"
หนุ่มน่านกลับร้องลั่น ตัวหมุนคว้าง เมื่อโดนไม้ท่อนของไอ้แว้นขยะบนท้องถนนตัวสุดท้าย เข้าที่ท้ายทอยอย่างจัง จากนั้นเขาก็ฟิวส์ขาด ไฟก็ดับพรึบลง
File type
pdf, epub
วันที่วางขาย
17 ตุลาคม 2560
ความยาว
481 หน้า (≈ 85,834 คำ)
ราคาปก
200 บาท (ประหยัด 35%)
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
คุณสามารถล็อกอินเพื่อแสดงความคิดเห็นได้จ้า