Icon Close

ดวงใจในไพรเถื่อน เล่ม ๗

ดวงใจในไพรเถื่อน เล่ม ๗
โดยanidjang
สำนักพิมพ์jackie letter
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
No Rating
File type
pdf, epub
วันที่วางขาย
07 กุมภาพันธ์ 2561
ความยาว
321 หน้า (≈ 72,370 คำ)
ราคาปก
200 บาท (ประหยัด 50%)
ดวงใจในไพรเถื่อน เล่ม ๗
โดยanidjang
ดวงใจในไพรเถื่อน เล่ม ๗
Icon RatingIcon RatingIcon RatingIcon RatingIcon Rating
No Rating
พวกนางบำเรอส่งเสียงวี๊ดว๊ายดังมาถึงอีกห้อง กษัตรีสะบัดพัดขนนกยูงโบกอย่างนิ่มนวล ประทับสีหบัญชรทอดพระเนตรอุทยานดอกไม้ของเมืองมุกข์ ความงามชั่วนิรันดร์ ขึ้นชื่อว่าชายแล้วย่อมเป็นทาสของกามตัณหา รายแล้วรายเล่าที่ลงเอยเช่นนี้ พลันข้างห้องเงียบเสียงลงจนผิดปกติ นางข้าบาทเปลือยถันรีบเข้ามาแจ้ง เจ้าชายไม่ว่าเล้าโลมยังไงไม่เป็นผลเลย ทรงไม่ต่างจากท่อนไม้ ซ้ำยังเทศนาอบรมพวกตนให้รู้จักรักนวลสงวนตัวผิดวิสัยผู้ชายนัก ขอแม่เจ้าทรงทอดพระเนตรด้วยเถิด
เป้าหมายยังเห็นนั่งไขว่ขาถือพัดอย่างสง่าอยู่นั่น อาภรณ์ยังติดตัวดีอยู่เลย แต่ละนางนั่งคุกเข่านิ้วกรีดน้ำตา แม้รูปโฉมสะพรั่งคัดมาว่างามเลิศแล้วยังทำอะไรไม่ได้เลย เจ้าชายได้พัดมาแล้ว ทรงเฉิดฉายไม่ต่างจากแม่เจ้า จะต้องเป็นชายผู้นิยมไม้ป่าเดียวกันแน่ นางผู้หนึ่งเข้ามากระซิบข้างพระกรรณ ทำเอากวาดพระเนตรดำอย่างตำหนิ ปลายพัดถึงกับสั่น พวกนางเล็ก ๆ ต่างก้มหน้าลี่กายออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว สวนทางเข้ามาคือทหารองครักษ์ร่างกำยำ ผิวสีแทนสวมเกราะเงินเป็นเงา ดวงเนตรคมลึกฉายแววความมั่นใจเต็มเปี่ยม จ้องไปที่พระพักตร์ของเจ้าชายจากต่างเมือง พระพักตร์นวลขนาดนี้ มิน่านางเล็ก ๆถึงได้พ่ายแพ้กลับไป
“ข้าพระองค์ หม่อมฉันจะขอถวายงานนวด”
ข้อนิ้วและแรงที่เค้นบีบงนวดไปที่น่องเจ้าชาย ได้น้ำหนักมือพอดีทำให้องค์สำราญยิ่งนักรู้สึกอยากได้ตัวไปทำงานด้วยแล้วสิ เกตุนวดไม่ได้เรื่องเลย แขนขาเอวเคล็ดยอกไปหมด หมอเจ้าสำรวยบอกพอก่อนอยากคุยด้วย ใช้ปลายพัดซ้อนคางแลดูใบหน้าขององครักษ์ให้เต็มตา กล้ามเนื้อหน้าอกแลหัวไหล่เป็นมัด ผิวสีแทนเป็นมัน โครงหน้างามดั่งเทพบุตรกรีก
“เธอชื่ออะไรจ้ะ”
“หม่อมฉัน พหลพล พะเจ้าค่ะ”
“ช่างห้าวหาญ สมชายชาติทหาร”
เมื่อแลดูกล้ามหน้าท้องเป็นลอนดั่งแผงเหล็ก เจ้าชายสะบัดพัดจีบดังพรึบยกขึ้นพรางสีหน้า ดวงตาสีฟ้าหลุกหลิก หล่อขนาดนี้หายากจริงแต่ตนจะหวั่นไหวไม่ได้ ปลายนิ้วเรียวเยียด ออกกระดิกเป็นความหมายให้ออกไปได้แล้ว ทำเอาองครักษ์รูปงามหันมาทางแม่เจ้า จะให้ทำเช่นไรดี ทางนี้สะบัดพัดพรึบพรางสีหน้าเช่นกัน หากพระเนตรดำฉายแววคมกล้า พระโอษฐ์รูปกระจับสีแดงสดเยียดลง จะต้องหาทางเอาชนะเจ้าชายจากต่างเมืองให้จงได้
“ดูอา เธอเอาแต่ใจเกินไปแล้ว”
เมื่อบำเรอด้วยกามไม่ได้ผล ต้องลองด้วยวิธีอื่น แม่เจ้านางหายไปเพียงครู่ก็กลับเข้ามาในห้องพร้อมทหารร่างกำยำแปดนาย แต่ละนายพกดาบใบใหญ่ครบมือ สีหน้าขึงขังราวกับจะออกรบ เจ้าชายพัดวีถี่ขึ้นมาแนวดุดันเสียด้วย จะใช้กำลังหักหาญหรือไง สิ่งที่ผิดคาดคือทหารพวกนั้นเเบกเสลี่ยงข้างบนเป็นหีบเหล็กนำมามาวางไว้กลางห้อง พอได้รับคำสั่งจากแม่เจ้าให้เปิดหีบ แสงเรืองรองของทองคำแท่งเจิดจ้าทันที ทำเอาเสด็จจากต่างเมืองตาโตลึกขึ้นมาทอดระเนตรให้เต็มตา สมบัติที่คุณไพรวัลย์ให้มาหาอยู่ในหีบนี่เอง ไม่ต้องเสียเวลาตามหาด้วย แต่ทำไมได้มาง่ายดายเหลือเกิน หรือว่ามีบททดสอบอะไรซ่อนอยู่
“ดูอา เธอพอใจใช่ไหม”
“ทั้งหมดนี่ ให้ฉันใช่ไหมจ้ะ”
พระนางผู้มีผิวหน้าขาวไร้สีเลือด ซ่อนรอยยิ้มเหี้ยมหลังพัดขนนกยูงสีดำ น้อมกายลงเชื้อเชิญให้มาหยิบจับสมบัติตรงหน้าได้ตามใจชอบ ขึ้นชื่อว่าคนโลภ ย่อมทนต่อแรงยั่วยุของสมบัติล้ำค่าไม่ได้ เมื่อจิตมัวเมาจนถึงที่สุด จิตของเขาจะไม่อาจควบคุมร่างกายได้อีกต่อไป แม้เสียดายชายผู้มีรูปโฉมงามเช่นนี้ แต่เลือดเนื้อของเขาจะบำรุงอุทยานและชาวเมืองมุกข์ให้งดงามตราบชั่วนิรันดร์
ผีเสื้อบินผ่านหน้าต่างเข้ามาเกาะบนแท่งทองคำ ปีกของมันหลุดจากกัน สิ้นชีวิตลงต่อหน้า กษัตรีรู้สึกสนเท่ห์ยิ่งนัก ผีเสื้อมีชีวิตยืนยงเคียงคู่อุทยาน เหตุใดจึงตายได้ หรือว่าเลือดที่สะสมมาเหือดแห้งแล้ว ประคองผีเสื้อบนฝ่ามือ จนน้ำตาอาบลงสองแก้ม สิ่งมีชีวิตที่งดงามต้องสูญสลายไปอีกหนึ่งช่างน่าเสียดาย หมอกฤษณ์เห็นภาพนั้นรู้สึกเต็มตื้นไปด้วย ชีวิตคนเราใช่ว่าจะยืนยาวอะไร ดับไปได้ง่าย ๆเฉกเช่นเดียวกับผีเสื้อ เมื่อครู่ตนเองได้ปล่อยจิตใจให้ล่องลอยไปตามอำนาจของกิเลสตัณหา จนลืมไปว่าสักวันก็ต้องตายเฉกเช่นเดียวกับผีเสื้อตัวนี้ อุดมการณ์ที่เคยตั้งไว้จะสูญเปล่า รู้สึกถึงไพรวัลย์จะอยู่แถวนี้ด้วย หรือว่าเขาคือผู้ส่งผีเสื้อมาช่วยเตือนสติ ไม่ให้ลืมอุดมการณ์ที่ได้ตั้งไว้
“ชีวิตของผีเสื้อ ช่างสั้นนัก”
“ดูอา เธอไม่เข้าใจ”
“เฉกเช่นเดียวกับ ชีวิตของคนเรา”
ปีกแสนสวยของผีเสื้อ ถูกลมพัดพลันสลายไป
“เมื่อถึงเวลาอันควรที่สิ่งมีชีวิตต้องจากไปตามวัฎจักรของการเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป ไม่มีสิ่งใดยืนยงอยู่คู่โลกใบนี้ กษัตรีจ้ะอย่าเศร้าใจไปเลย อีกไม่นานจะมีหนอนเกิดขึ้นในป่า เขาจะกัดกินใบไม้ สร้างสายใยแล้วเติบโตในรังไหม เมื่อถึงเวลาอันควร ผีเสื้อแสนสวยแบบเดียวกันนี่ จะเกิดขึ้นมาประดับโลกอีกครั้ง เพราะนี่คือวัฎจักรที่ไม่มีที่สิ้นสุด”
กษัตรียันกายลุกขึ้นกำด้ามพัดแน่น จ้องมองเจ้าชายด้วยพระเนตรดำ กล้าดียังไงถึงมาสั่งสอน ทุกชีวิตในเมืองมุกข์ยืนยงมาช้านาน โดยกาลเวลาทำอะไรไม่ได้เลย การปรากฏตัวของเขาคือลางร้ายของการล้มสลาย หากสั่งเหล่าทหารให้เข่นฆ่าเสีย ดวงจิตของเขาจะเตลิดเปิดเปิง เลือดเนื้อในร่างกายนี้จะเอามาใช้ประโยชน์ไม่ได้ ทองคำในหีบไม่พอให้กล่อมเกลาเสียแล้ว สั่งเฉียบขาดให้ไปแบกหีบเครื่องเพชรมาอีก
“กษัตรีจ้ะ อย่าได้เอาของพวกนั้นมาอีกเลย”
เจ้าชายหนุ่มจากต่างเมืองดำเนินไปยังบัญชร ผลักบานกระจกใสออกไป ทอดพระเนตรอุทยาน ที่ฝูงผีเสื้อกำลังหลงระเริงกับไม้ดอกนานาพันธุ์ ตัวเขาเองก็กำลังเป็นเหมือนผีเสื้อที่หลงระเริงไปกับที่สิ่งไม่จีรังบนโลกใบนี้ คนที่จิตใจลุ่มหลงมัวเมาจะไปช่วยเหลือใครได้ มีแต่จะต้องตกเป็นเหยื่อเสียเองเท่านั้น กษัตรีต้องฉงน เมื่อเขาหยิบทองคำแท่งขึ้นมา แล้วนำไปโยนใส่เตาผิงทีละแท่ง โดยปราศจากการขัดขวาง ทองคำพอถูกไฟเผาจนแดง เจ้าชายมองทุกคนด้วยรอยยิ้ม จากนั้นจึงเอื้อมไปหยิบทองคำที่กำลังเป็นเปลวลุกมาไว้ในอุ้งมือ แล้วเดินอย่างองอาจมากลางห้อง ให้เห็นทั่วกัน
“ดูอา เธอไม่ร้อนหรือ?”
แท่งโลหะอันร้อนแรงกำลังเผาไหม้ฝ่ามือของเจ้าชาย ขบพระทนต์แน่นพระเสโทหลั่งทั่วผิวกายด้วยความเจ็บปวดสุดขีด หยาดโลหิตตกลงพื้นไม่ขาดสายเหมือนย่างเนื้อสด ๆ แม้จะทุกข์ทรมานแสนสาหัส แต่เพื่อดึงสติให้กลับคืนมา ตอนนี้เขาได้รู้ตัวแล้วตนเองได้ตกอยู่ในอำนาจของมนต์สะกด ต้องดึงสติกลับมาให้เร็วที่สุด กษัตรีแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง มนต์มายาทำอะไรมนุษย์ผู้นี้ไม่ได้ เขากำลังทลายกำแพงเมืองมุกข์ออกไป มหาประสาทเริ่มสั่นคลอน ในอุทยานฝูงผีเสื้อกำลังบินแตกตื่นอย่างไร้ทิศทาง
“ตอนนี้ความเจ็บปวดจากไฟ มันกำลังส่งผ่านไปยังเส้นประสาทในสมอง เตือนให้ฉันรีบคลายแท่งโลหะติดไฟนี่ทิ้งไปเสียที เพื่อให้พ้นจากความทรมาน แต่กษัตรีจ้ะในความจริงฉันกำลังถือก้อนอิฐธรรมดาที่เย็นและเปียกชื้นจากน้ำค้างลงเท่านั้น ความร้อนจากไฟที่ถูกส่งตรงเข้าไปยังสมองเป็นข้อมูลลวง สมองถูกหลอกให้เข้าใจว่าร่างกายกำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส หากแต่ดูนี่สิฝ่ามือของฉันยังปกติดีอยู่ นั่นเพราะเหล็กเผาไฟหาได้มีไม่ เฉกเช่นเดียวกับผู้คน และสิ่งของที่กษัตรีนำมามอมเมาจิตใจของฉัน ล้วนไม่มีอยู่จริง ทำให้ได้รู้ว่าในตอนนี้ ตัวฉันกำลังนั่งอยู่ในซากอาคารที่ผุผังกลางป่าอย่างโดดเดี่ยว ทั้งมีดมิดและเหน็บหนาว แม้ว่าจะรู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่หน้าเตาผิงไฟ หากแต่ร่างกายของฉันกำลังเผชิญกับความจริงอีกอย่าง น้ำค้างคืนนี้ลงจัดมากนะ อุณหภูมิลดต่ำใกล้ศูนย์องศา ร่างกายของฉันกำลังจะตายด้วยปวดบวมก่อนถึงสว่าง แต่ถึงฉันจะตาย จิตของฉันจะยืนยงสว่างไสว ไม่มีทางถูกกล่อมเกลาให้ลุ่มหลงในตัณหาและความโลภได้เลย”
File type
pdf, epub
วันที่วางขาย
07 กุมภาพันธ์ 2561
ความยาว
321 หน้า (≈ 72,370 คำ)
ราคาปก
200 บาท (ประหยัด 50%)
เขียนรีวิวและให้เรตติ้ง
คุณสามารถล็อกอินเพื่อแสดงความคิดเห็นได้จ้า